ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

id4 independence day

พอดีว่ามีโอกาสได้ดู trailer แรกของ ID4 ภาค 2 ก็อยากจะพูดถึงภาคแรกซักหน่อย 

สำหรับยุคนั้น ( 1996 ) เป็นยุคที่คอมพิวเตอร์ยังไม่ทันสมัยมากนัก หนังเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ฮือฮาอยู่พอสมควรส่งผลให้นักแสดง ดังเปรี้ยง โดยเฉพาะ วิล สมิธ ซึ่งไม่ได้กลับมาแสดงต่อในภาค 2 (แอบเสียดาย) ตอนจบของหนัง วิธีทำลายยานแม่ ตอนที่ดูนี่รู้สึกว่ามันสุดยอดอ่ะคิดได้ไง แต่ถ้ามาเป็นยุคนี้มันก็เป็นแค่ไวรัสคอมพิวเตอร์ธรรมดานี่หน่า >< แต่ยังไงก็แล้วแต่นี่ก็ยังเป็นหนังสุดยอดในดวงใจอยู่ดี


ขอยืมเรื่องย่อมาจาก วิกีพีเดีย นะคร่ะ 

นื้อเรื่อง[แก้]

วันที่ 2 กรกฎาคม จู่ ๆ ทั่วโลกก็เกิดโกลาหลเมื่อพบว่าสัญญานการสื่อสารถูกรบกวนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์หรือดาวเทียม พร้อมกันนั้นก็มีผู้พบสัญญาณที่เชื่อว่ามาจากจานบินที่กำลังมุ่งหน้ามาทางโลก ซึ่งสัญญาณนั้นถูกส่งมาจากดวงจันทร์ โดยจากภาพถ่ายดาวเทียมปรากฏให้เห็นยานแม่ขนาดความกว้างกว่า 550 กิโลเมตร หรือ 1 ใน 4 ของดวงจันทร์ และยานแม่ได้ส่งยานลูกนับสิบๆ ลำ โดยแต่ละลำก็มีขนาดใหญ่กว่า 15 ไมล์ และกำลังเคลื่อนเข้าสู่เมืองใหญ่ทั่วโลก โดยประธานาธิบดี วิทมอร์ และคณะไม่รู้จะรับมืออย่างไรกับสถานการณ์
ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ของสถานีโทรทัศน์ เดวิด ลีวินสัน อ่านสัญญาณนั้นออกและเชื่อว่ามันเป็นสัญญาณบอกให้โจมตีโลกพร้อมกัน จึงรีบไปที่ทำเนียบขาวพร้อมกับพ่อของเขาเพื่อเตือนประธานาธิบดีก่อนจะสายเกินไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ผู้กองสตีเว่น ฮิลเลอร์ นักบินผู้ไม่กลัวใครของกองทัพสหรัฐ ถูกเรียกตัวไปประจำหน้าที่โดยไม่ได้อยู่ร่วมฉลองวันชาติพร้อมกับครอบครัว
ณ ทำเนียบขาว เดวิดได้อธิบายถึงการที่ดาวเทียมไร้ผลซึ่งเกิดจากการติดต่อระหว่างจานบินทั่วโลก และจากตามที่คำนวณได้เหลือเวลาเพียง 27 นาทีก่อนที่จานบินจะโจมตี ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลกำลังส่งเฮลิคอปเตอร์แบบติดไฟพิเศษขึ้นไปติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ถูกตอบรับด้วยการยิงกลางอากาศ จึงมีคำสั่งให้อพยพคนในเมืองทั้งหมด โดยเหลือเวลาอีก 1 นาที ประธานาธิบดี เดวิด จูเลี่ยน และผู้ติดตาม ยกเว้นภรรยาของประธานาธิบดี ได้ขึ้น แอร์ฟอร์ซวัน หนีออกจากเมือง และก็เป็นดั่งคำทำนายของเดวิด เมื่อจานบินทุกลำพร้อมกันยิงแสงทำลายอาคารบ้านเรือนพร้อมกันทั่วโลก ทั้ง ตึกเอ็มไพร์สเตทตึกไครสเลอร์ทำเนียบขาว มีผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คน
วันที่ 3 กรกฎาคม ผู้กองฮิลเลอร์และทหารจำนวนหนึ่งได้พยายามที่ใช้เครื่องบินรบสู้กับจานบิน แต่จานบินนั้นมีเกราะสนามพลังอยู่ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย ผู้กองฮิลเลอร์จึงล่อจานบินลำหนึ่งให้ไปชนกับภูเขาและได้นำร่างของมนุษย์ต่างดาวซึ่งสลบอยู่ไปหาฐานทัพที่เขาเห็นระหว่างบิน ในระหว่างที่อยู่บนแอร์ฟอร์ซวัน จูเลี่ยน พ่อของเดวิดก็ได้เสนอความคิดเพี้ยนๆ ขึ้นมาถึงเรื่องแอเรีย 51 สถานที่ ๆ เชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐเก็บศพมนุษย์ต่างดาวไว้ แต่กลายเป็นว่าสถานที่แห่งนี้มีจริง และทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปที่แอเรีย 51 ในขณะนั้นผู้กองฮิลเลอร์ก็มาถึง แอเรีย 51 พร้อมกับร่างของมนุษย์ต่างดาว ซึ่งประธานาธิบดีและคนของเขาก็ตามมาถึง และได้พบความจริงว่า แอเรีย 51 นั้นได้มีการจับตัวมนุษย์ต่างดาว 3 ตัวที่เสียชีวิตจากยานตกในปี ค.ศ. 1947
หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ ดร.โอเคน ได้ทำการผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวที่ผู้กองฮิลเลอร์จับมาได้ แต่ทว่ามันหลุดรอดออกมาพร้อมสะกดจิตเขาไว้ มนุษย์ต่างดาวได้สื่อสารกับประธานาธิบดีผ่านทาง ดร.โอเคน และได้รู้ว่าพวกมันเหมือนฝูงตั๊กแตนที่อพยพไปเพื่อหาแหล่งอาหารไปเรื่อย ๆ เมื่ออาหารหมดก็จะอพยพไปดาวอื่นต่อไป มนุษย์ต่างดาวใช้พลังจิตทำร้ายประธานาธิบดีวิทมอร์ แต่สุดท้ายก็ถูกฆ่าตาย วิทมอร์สั่งให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตี แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรจานบินแม้แต่น้อย
วันที่ 4 กรกฎาคม ท่ามกลางความสิ้นหวัง เดวิดพยายามหาทางที่จะเจาะระบบเกราะสนามพลังให้ได้ และพบว่าไวรัสคอมพิวเตอร์สามารถปิดเกราะของจานบินได้ชั่วคราว พวกเขาจึงเตรียมการใช้จานบินลำที่ตกลงมาในปี ค.ศ. 1947 ขึ้นไปอัปโหลดไวรัสบนยานแม่และวางระเบิดนิวเคลียร์ภายในยาน ส่วนนักบินที่เหลือให้รวมตัวเพื่อทำลายจานบินขณะที่เกราะยังปิดอยู่ และได้ใช้รหัสมอสเพื่อส่งข้อความไปยังฐานทัพทั่วโลกเพื่อให้โจมตี
หลังจากที่แผนการใช้ไวรัสประสบผล ประธานาธิบดีวิทมอร์ได้ขับเครื่องบินรบคู่กับนักบินคนอื่นร่วมกันโจมตีจานบินและยานเอเลี่ยนเหนือแอเรีย 51 ถึงจานบินจะไร้สนามพลังแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรจานบินได้มากนัก และจานบินเตรียมพร้อมที่จะยิง แอเรีย 51 เนื่องด้วยเครื่องบินส่วนใหญ่มิสไซล์หมด วิทมอร์จึงสั่งถอยทัพ รัสเซลล์ เคสส์ ซึ่งยังเหลือมิสไซล์อีกลูกหนึ่ง แต่มิสไซล์ขัดลำ เขาจึงใช้วิธีแบบกามิกาเซ่ตรงเข้าไปยังฐานยิงลำแสงทำลายล้างของจานบิน ทำให้จานบินเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่และถูกทำลายในที่สุด ส่วนกองทัพที่เหลืออยู่ทั่วโลกก็รู้จุดอ่อนของจานบิน ขณะเดียวกันผู้กองฮิลเลอร์และเดวิดได้วางระเบิดบนยานแม่ และทั้งคู่ก็หนีออกมาอย่างปลอดภัย ถือว่าเป็นชัยชนะของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...