ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หมู่เกาะสุรินทร์

วันที่เดินทางคือเย็นวันที่ 6 และกลับคืนวันที่ 8 ธ.ค. 58

ปีนี้ตั้งใจจะไป หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัย
เหตุผลที่จัดมาไว้ในทริปเดียวกัน เพราะดูในแผนที่ เกาะตาชัยมันอยู่ใกล้หมู่เกาะสุรินทร์ (ตรรกะอะไรของช้านนน) และก็เริ่มต้นหาทัวร์ที่ไปทั้งสองที่ซึ่งมีสองทางเลือกหลักๆ คือ เดย์ทริป กับ ทริปค้างเกาะสองคืน หรือสามคืน เราก็ตัดสินใจค้างเกาะ จะได้ไม่ต้องนั่งเรือกลับไปกลับมา  สรุปทัวร์ที่ซื้อมาจะเป็น สุรินทร์-ตาชัย 3 วัน 2 คืน

ต่อมาเรื่องการเดินทาง ก็มีสองแบบที่เราเล็งไว้คือ ไปกลับ เครื่องบิน ลงสนามบินภูเก็ต ซึ่งต้องไปถึงก่อนวันนึง เพื่อที่เช้าวันรุ่งขึ้นจะออกทะเลไปเกาะ (ซึ่งทัวร์จะมารับตั้งแต่ตีสี่ o_O) ถ้าเลือกแบบนี้จะต้องหาโรงแรมค้างแถวสนามบินด้วย
หรือ ไปรถทัวร์ คือนอนบนรถแล้วมาตื่นเช้าที่ อ.คุระบุรี ขากลับ กลับเครื่องบิน

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าทางเลือกที่สองมันโผล่มาเพราะ เราไม่สามารถจองโปรหางแดงในราคาที่ถูกสุดๆได้ (อันนีนอยมากเพราะจะจองตั้งแต่วันแรกที่มีโปร แต่คุณแฟนไม่ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ ><)

สรุปคือไปรถทัวร์และกลับเครื่องบินรอบดึก (ทัวร์เน้นมาว่าให้จองเลยสามทุ่มเดี๋ยวมาส่งไม่ทัน)

ออกเดินทางคะประมาณ 1 ทุ่ม ของวันที่ 5  เดินทางไปกับลิกไนท์ทัวร์ เบาะใหญ่นั่งสบายมาก หลับปุ๋ยเลย (ไม่น่าเชื่อ!!) ถึง บขส.อ.คุระบุรี ประมาณตี 5 รอซักพักทัวร์เอารถสองแถวมารับ

 เริ่มต้นเที่ยววันแรก
ไปถึงเป็นวันที่ 6 คนเที่ยวน้อย บขส. วังเวงมากๆ  จนไม่มีอารมณ์ถ่ายรูป

ถึงสำนักงานของทัวร์ ที่ด้านหลังมีห้องอาบน้ำไว้บริการ และมีอาหารเช้าเล็กๆน้อย  ที่นี่มีให้เช่าทุกอย่าง ตั้งแต่เต็นท์ ที่นอน พัดลม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ซื้อแพคเกจ
เราซื้อแพคเกจมา เขาก็จะมีชูชีพ กับสน็อคเกิล ให้เลย
สำนักงานทัวร์
วันแรกเราจะได้แวะดำน้ำและดูปูไข่ที่เกาะตาชัยก่อน ที่จริงในโปรแกรมเราจะมุ่งหน้าไปหมู่เกาะสุรินทร์ และมาตาชัยในวันที่ 2  แต่นักท่องเที่ยวน้อย เขาจึงเอามาไว้วันแรก รวมกับนักท่องเที่ยวที่มาถึงตั้งแต่วันก่อน (ซึ่งจริงๆ มาแบบนี้ดีกว่าเอาตาชัยไว้วันที่ 2 นะ เพราะอีกสองวันที่เหลือก็จะได้เที่ยวรอบๆ หมู่เกาะ ไม่ต้องนั่งเรือใหญ่ออกมาอีก)

หน้าตาเรือที่มาส่งเราที่เกาะ จอดแวะที่เกาะตาชัย
แสงสลัวๆ ใต้ทะเล บริเวณเกาะตาชัย

เรือออกประมาณ 8 โมง
วันแรกนี่เมาเรือมากๆ กลิ่นน้ำมันฉุนจัด คลื่นเยอะ อากาศอบอ้าว ค่อนข้างทรมาน

เอาภาพใต้น้ำมาฝาก ประสิทธิภาพของกล้องคอมแพค+ซองกันน้ำ ก็ถ่ายมาได้เท่านี้หละ ><

รูปนี้ถ่ายน้องปลามาได้ชัดสุดละ ><
ไอ้ที่เห็นเป็นเศษๆ นั่นคือฝูงปลานะจ้ะ ไม่ใช่เศษใบไม้
ประมาณเที่ยงๆ ขึ้นฝั่งที่เกาะตาชัย ทานอาหารกลางวัน 
ช่วงที่เราไปเขาไม่อนุญาติให้ทัวร์จัดอาหารบุฟเฟ่ต์บนเกาะแล้ว จึงได้เป็นข้าวกล่อง ซึ่งแต่ละทัวร์ก็จะมีกล่องคนละแบบแล้วแต่ไอเดีย มีทัวร์นึงเป็นปิ่นโตสีๆ น่ารักมาก ^^

หลังจากทานกลางวันอิ่ม ไกด์พาเดินชมเกาะ เสาะหาปูไข่
ที่เบลอๆนั่นคือน้องปูไข่ ชอบแอบซ่อนตามโพรง o__O
หลังจากเดินดูปูไข่ ใครที่ชอบถ่ายรูปก็จัดเลย มีเวลาให้นานอยู่ ส่วนเราที่เมาเรือและเพลียจากการเดินทาง ขอนั่งพักนิ่งๆดีกว่า 55 เจอเปลญวณเข้าไปนี่หลับเลยอ่ะ ของใครไม่รู้  o__O




หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะสุรินทร์คะ จากตาชัยไปใช้เวลาไม่นานมากคะ ถึงเกาะประมาณสามสี่โมงเย็น ได้เวลาพักผ่อนแล้ววว เย่!!

จากจุดที่เรือจอด ต้องเดินอีกประมาณ 200 เมตรจะถึงชายหาดอีกฝั่งนึง ซึ่งจะเป็นบริเวณที่ทำงานอุทยานและที่พักของเราคะ
เดินผ่านแมกไม้ชิวๆ เย็นๆ 
ต้นไม้นี้อยู่ระหว่างทาง เห็นแล้วสะพรึงยังไงไม่รู้ ><


เต้นท์ที่พักจะแบ่งเป็นโซน โซนแรกๆ จะเป็นพื้นที่ของคนที่เช่าเต้นท์อุทยาน (เต้นท์ลายพราง) ของเราเป็นทัวร์ ก็จะเดินเลยไปอีกนิดนึง เต้นท์จะเริ่มกางเรียงริมหาดเป็นแถวๆ แถวแรกจะอยู่เลียบชายหาดทั้งแนว แถวที่สองก็ขยับเข้าไปในแผ่นดิน
กลุ่มเต็นท์ลายพรางของอุทยาน
สีฟ้าๆนั่นเป็นเต็นท์ของเอกชน
ช่วงที่เราไปคนไม่เยอะ มีแถวสองแค่สี่ห้าเต็นท์ นั่งที่เต็นท์มองทะเลเพลินๆ ลมโกรกมาก เวลานอนจะได้ยินเสียงคลื่นซัดเพลินดีเหมือนกัน ^^
อาหารเย็นมื้อแรกบนเกาะ มีกับข้าวมื้อละ 3-4 อย่าง เติมได้ตลอด อร่อย  รสชาติกลางๆ ไม่เผ็ด แอบรู้มาว่ากุ๊กคนเดิมที่ชอบทำอาหารใต้ไม่อยู่เลยไม่ได้สัมผัสอาหารใต้แท้ๆ 


เต้นท์ที่ได้พักค่อนข้างใหญ่สำหรับสองคน อุปกรณ์เครื่องนอนมีพร้อม แต่ตอนกลางคืนปิดตาข่ายไว้ลมไม่เข้าเต็นท์ ก็แอบร้อนนิดนึง ดีที่คุณแฟนเช่าพัดลมพกพามาด้วยก็ทำให้ข้างในพอมีลมพัดบ้างเล็กๆ (เล็กน้อยมาก) แต่ช่วงที่ลมพัดแรงๆดึกๆ หรือเช้ามืดก็เย็นนะนอนสบาย
ภาพชายหาดที่พัก ถ่ายจากบริเวณกางเต็นท์
และเนื่องจากว่ามันเป็นเกาะห่างไกลชายฝั่ง เราจึงต้องประหยัดไฟ ไฟทางเดินจะเปิดถึงสามทุ่มเท่านั้นคะ หลังเวลานั้นจะมืดตึดตื้อเลย o__O ถามว่ากลัวมั้ย กลัวนะ 555


วันที่สอง



ตื่นเช้ามาเดินชิลๆ ก่อนทานอาหารเวลาประมาณ 7.30 น.
ไกด์นัดขึ้นเรือประมาณ 9.00 น. เพื่อไปดำน้ำตื้นรอบๆ หมู่เกาะสุรินทร์

วันนี้คุณแฟนสู้ตาย ไม่เมาเรือแว้วว
คนขับเรือของเราเป็นชาวมอแกน เขาพูดไรเราไม่รู้เรื่อง แต่เราพูดเขาฟังรู้เรื่องนะ

ภาพจากกล้องอีกตัวนึง เลนส์มันไวน์มากกกกกกก ไม่เห็นปลาเลย 555 แต่ของจริงสวยมากขอบอก ยังกับไปว่ายน้ำในตู้ปลา


ตอนเย็นกลับมาที่พักประมาณ 3 โมงกว่าๆ ระหว่างรออาหารเย็น เราเห็นว่ามีหาดใกล้ๆ กับหาดที่เราพักไกด์ก็บอกว่าถ้าน้ำลงมันจะเดินถึงเลย แต่ถ้าน้ำขึ้นก็มีทางเดินผ่านป่าไป ซึ่งหาดนั้นจะเห็นพระอาทิตย์ตกดินตรงช่องเขาพอดี เราก็เลยไปเดินฆ่าเวลาซักหน่อย

จุดเริ่มต้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
จุดหมายของเราอยู่ตรงโน้นนน

ทางเดินมันก็ไม่ได้ยากมากนะถ้ารองเท้าจะเป็นรองเท้าผ้าใบ -*- แต่บังเอิ๊ญ มันเป็นรองเท้าแตะที่ลื่นปรื้ดๆ ก็เลยไปไม่ถึงจุดหมาย TT

พระอาทิตย์กำลังจะตกดินละนะ
จากทางเดินศึกษาธรรมชาติมองลงไปมีแต่โขดหิน ตกลงไปคงดูไม่จืดนะ


คือแบบ...ต้นไม้สองต้นนี้ใหญ่มากมายนอนแอ้งแม้งขวางทางอยู่ -*-
พอข้ามต้นไม้สองต้นนั้นมาได้ก็มาเจอ...มันอะไรกันเนียะ !!

วันที่ 3
โปรแกรมก็เหมือนเดิม คือดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์แต่ไม่ใช่จุดเดิม และที่สำคัญวันนี้เราไม่ได้ไปว่ายน้ำดูปะการัง เราจะไปตามล่าฉลาม 555 ไม่ได้พูดเล่นนะ ก็ได้เห็นฉลามจริงๆ แต่จุดที่ไปดำคลื่นแรงมากและด้วยความกลัวฉลามเลยได้แต่ดูไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย เสียดาย TT มันลอยตัวนิ่งๆ ห่างเราไปไม่มาก แต่ตอนขึ้นฝั่งมาแล้ว ไกด์บอกเราว่า พี่รู้มั้ยมีอีกตัวยว่ายตามพี่อยู่ o__O ช๊อคค่า.....
มันเป็นเพราะเราเหนื่อยว่ายไม่ไหว เลยรั้งท้าย TT
แมวเกาะ 

กลับแล้วจ้า เรือ ออกจากเกาะประมาณ บ่ายโมงกว่า ถึงฝั่งประมาณ 3 โมงกว่า คืนอุปกรณ์และรอกระเป๋าสัมภาระ 
ที่สำนักงานเขาก็มีของฝากประเภท กุ้งเสียบ น้ำพริกที่เขาทำเอง ก็ซื้อติดมือมานิดหน่อย น้ำพริกกุ้งเสียบอร่อยมากจริงๆนะ 



เราจ่ายเพิ่มอีกคนละ 500 เป็นค่ารถตู้ไปส่งที่สนามบินภูเก็ต พอไปถึงมีเวลาเหลือเราก็ฝากสัมภาระไว้ที่สนามบิน แล้วออกมาหาข้าวเย็นกิน จำได้ว่าเคยอ่านรีวิวนึง เขาแนะนำครัวเจ้จอย เดินเลยสนามบินมาจะเจอ เซเว่น ร้านอาหารจะอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ก็อร่อยใช้ได้คะ นั่งฆ่าเวลาถึงสองทุ่มก็เดินชิวๆกลับสนามบิน 


จบทริปจ้า


สรุปค่าใช้จ่ายหลัก 8709 บาท / คน 
(รถทัวร์ ขาไป ลิกไนท์ทัวร์ 823 บาท
ค่าทัวร์ สุรินทร์-ตาชัย 3 วัน 2 คืน (ซาบีน่า ทัวร์) 6500 บาท
ค่ารถตู้ขากลับ 500 บาท
ค่าเครื่องบินขากลับ 886 บาท)
















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...