ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จางเจียเจี้ย ตอนที่ 1 วันแรก-ฉางซา-เฟิ่งหวง


เดิมทีปีนี้คุณแฟนมีแพลนอยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่น เราก็เลยบอกว่าให้จัดทริปเลย  จนแล้วจนรอดแพลนก็ยังไม่คลอด นางเปลี่ยนใจจะไปจางเจียเจี้ยหุบเขาอวตาร นางว่าเราชอบไปจีนเราจะได้เป็นคนแพลน ซะงั้น!
ด้วยความที่เราไม่ได้ใส่ใจมากนัก บวกกับไปเจอ chinaguide ของ airasia เขาจัดมาให้ 5 วันสี่คืน พอเจอ ตั๋วโปร เราก็จองเลย นี่คือความพลาด!
ถ้าดูกันโดยละเอียดแล้ว ที่เขาแพลนไว้ เราจะได้เที่ยวแค่ 3 วัน อีกสองวันคือเดินทาง ดังนั้นถ้าคุณคิดจะบินกับหางแดง ควรใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน คุณจะไม่เหนื่อยมาก และได้เที่ยวครบแบบไม่รีบร้อน คุ้มค่าบัตรเข้าชมมากกว่า (ค่าบัตรมันแพงจริงๆ)
สำหรับทริปของเรา 5 วัน ก็ต้องตามนั้น แพลนของเราจะผิดกับแพลนของเขาเล็กน้อย
วันแรก-Changsha-Fenghuang
วันที่สอง-Fenghuang-Wulingyuan
วันที่สาม-Wulingyuan หุบเขาอวตาร
วันที่สี่-Zhangjiajie Tianmenshan ระเบียงกระจก-Changsha
วันที่ห้า-บินกลับ

(***ถ้ามีเวลา 7 วัน
วันแรก-Changsha-Wulingyuan
วันที่สอง-Wulingyuan หุบเขาอวตาร
วันที่สาม-Wulingyuan/ล่องเรือ Baofeng lake
วันที่สี่-Grand canyon สะพานกระจก/ถ้ำมังกรเหลือง
วันที่ห้า-Zhangjiajie Tianmenshan ระเบียงกระจก-Fenghuang
วันที่หก-ล่องเรือ Fenghuang-Changsha
วันที่เจ็ด-บินกลับ)

สำหรับการเตรียมตัว ด้านเอกสาร ไปจีนเราต้องทำวีซ่า มีค่าใช้จ่ายคนละ 1500 บาท ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ ก็เรียบร้อย
**การใช้อินเตอร์เน็ตของจีนจะค่อนข้างยุ่งยาก จีนเขาจะบล็อก พวกตระกูล กูเกิ้ลทั้งหลาย รวมถึงไลน์ด้วย ฉะนั้นถ้าใช้ wifi โรงแรม ก็จะเปิดเวปพวกนี้ไม่ได้ ก็ควรที่จะซึ้อซิม หรือ เปิดโรมมิ่งไป หลักๆ มี 2 เครือข่าย คือ china mobile (true/dtac) กับ china unicom (ais) เท่าที่ได้ข้อมูลมา เครือข่ายแรก อาจจะเข้ากันไม่ได้กับมือถือบางรุ่น พอเอาไปใช้ที่โน่น มันจะกลายเป็น 2G ส่วนเครือข่ายหลังจะใช้ได้หมดเป็น 4G แน่ๆ แต่ราคาจะแพงกว่า 2-3 เท่าเลย เราต้องการความชัวร์เลยลงทุนเลือกเปิดโรมมิ่ง AIS ก็ได้คุณภาพที่ดีสมราคา เปิดแผนที่เป๊ะมากๆ ***
ช่วงเวลาที่เหมาะที่จะไป ส่วนตัวคิดว่าเป็นปลายฝนต้นหนาว คือให้มีความชื้นพอจะมีหมอกเบาๆ ถ่ายรูปน่าจะสวย แต่ที่เราไปนั้น.....ฝนหมดเกลี้ยงแล้วค่า มีเพียงใบไม้สีแดงๆ อากาศหนาวแห้งๆ แดดแรงตอนกลางวัน หิมะก็ยังไม่มา😅😅😅 แต่ก็ถือว่ายังสวยอยู่ สวยอลังมากจริงๆ คือต่อให้ใช้กล้องดีแค่ไหน ตากล้องเก่งแค่ไหน ก็ไม่งามเท่าตาเห็น สมกับเป็นมรดกโลกจริงๆ คะ

***ข้อสำคัญในการเดินทางด้วยเวลาจำกัดนี้ คืออาหารคะ เป็นไปได้ให้ซื้อของกินอะไรที่พกได้ พกไว้เลยคะ มีเวลาตอนไหนเข้าห้องน้ำได้ก็เข้าไว้ก่อนเลย เที่ยวแบบนี้จะมาแบบคุณหนูคุณนายไม่ได้นะคะ :P***

เริ่มกันเลยดีกว่า วันแรกของการเดินทาง
 29 OCT 2017


เวลาเดินทาง 8.00 AM ถึง ฉางซา 12.05 PM ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง

การเดินทางจากฉางซาไปเฟิ่งหวง เท่าที่เรามีข้อมูล มีสองแบบ
1.ขึ้นรถบัสจากสถานีขนส่งตะวันตก Changsha-Fenghuang ใ่ช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ค่ารถ 145 หยวน  (นั่งกันจนตูดบวม) มีการแวะระหว่างทางคล้ายๆ รถบัสบ้านเรา ที่แวะกลางทางก็จะมีของกินจุกจิก มีห้องน้ำ (ซึ่งก็ไม่ได้ดีมาก แต่ไม่ได้แย่ขนาดว่ามี เศษซากของใครกองไว้ให้ดูต่างหน้า)
2. ขึ้นรถไฟความเร็วสูง จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงสถานี Huaihua และหารถไปเมืองเฟิ่งหวงอีกต่อนึง ก็น่าจะใ่ช้เวลารวมๆ 3-4 ชม.

ซึ่งเราเลือกวิธีแรก
รถบัสไปเฟิ่งหวงที่ใกล้เคียงกับเวลาที่เราจะไปถึงมี 2 รอบ คือ เวลา 14.20 น. และ 17.20 น. แต่เราอยากไปรอบบ่ายสอง จะได้ถึงเมืองเฟิ่งหวงไม่ดึกมาก (เช็ครอบรถบัส www.chinabusguide.com)
เราจะมีเวลาประมาณ 2 ชม. ในการเดินทางไปสถานีขนส่ง หักเวลาที่รถวิ่งไปประมาณ 1 ชม. จะเหลือเวลา ประมาณ 1 ชม. สำหรับมื้อกลางวัน

เคาน์เตอร์ซื้อตั๋ว AIRPORT BUS
เราถึงสนามบินฉางซาค่อนข้างตรงเวลา แต่เราปวดฉี่ไงต้องเข้าห้องน้ำไง เสียเวลาไปนิดนึง ด่านเข้าเมืองก็ช้าอีก พอหลุดด่านมาได้เรารีบหาเคาน์เตอร์ AIRPORT BUS (ค่ารถแอร์พอร์ทบัส 29 หยวน) รถสตาร์ทประมาณ บ่ายโมง (โอ้ววววว ลุ้น!!!)

AIRPORT BUS
>>ในจุดนี้เรามีแผนสองในกรณีมีอะไรผิดพลาด คือ เราอาจจะเปลี่ยนเส้นทางไปจางเจียเจี้ยแทน ซึ่งจะมีรอบรถเยอะกว่า<<

สภาพหลังจากวิ่งกระหืดกระหอบมาขึ้นรถ
พอถึงสถานีขนส่งปุ๊บ ก็วิ่งเลยคะ หาช่องซื้อตั๋ว เสร็จแล้วก็วิ่งหารถ โชคดีที่รถยังรออยู่คะ คนยังไม่เต็มรถ คาดว่า คนจีนคงใช้ขนส่งมวลชนแบบอื่นที่ดีกว่า อาจจะเป็นรถไฟความเร็วสูง (อยากจะบอกว่า ในจุดนี้ ที่คนไทยมักจะดูถูกคนจีนต่างๆ นานา ต้องยอมรับว่าระบบรางเขาดีกว่าเรามากคะ ทันสมัยและราคาเป็นมิตร กว่าบ้านเราเยอะคะ โดยเฉพาะรถไฟใต้ดินถูกมาก)
วิธีพูดเวลาจะซื้อตั๋วรถ จะไปไหน ก็บอกจุดหมายปลายทางไปเลยคะ ไม่ต้องเกร็ง คนในโซนนี้เป็นมิตรกว่าที่ปักกิ่งในระดับนึง หน้าตาไม่เหวี่ยงมากคะ ไปสองคน เอาตั๋วสองใบ พูดง่ายๆ ว่า "เฟิ่งหวง เหลี่ยงจ้าง"

ภายในรถ ฉางซา-เหิ่งหวง
ในตอนนี้เรื่องอาหารกลางวันก็เป็นอันจบไปคะ หิ้วท้องรอตอนรถแวะหว่างทางค่อยหาของกินง่ายๆ กินกันคะ
ถึงจุดพักรถแว้วจ้าาาา   รถวิ่งระหว่าง ฉางซา-เฟิ่งหวง (ที่หน้ารถจะเขียนอักษรจีน เฟิ่งหวง-ฉางซา)
อาหารช่วงบ่าย เป็นไก่ย่าง เกี๊ยวซ่า และไข่ต้ม ราคาไม่แพงคะ ประมาณ 5-10 หยวน
เมืองเฟิ่งหวง
หลังจากนั่งจนตูดบวม ตั้งแต่ฟ้าสว่างจนกระทั่งฟ้ามืด ก็ถึงเมืองเฟิ่งหวงในเวลาหนึ่งทุ่ม จากจุดที่เราลงรถถึงโซนที่พัก ใช้เวลาเดิน 20 นาที บรรยากาศคึกคัก พอสมควร มีร้านอาหารเป็นระยะ สองฝั่งถนนแต่...ในขณะที่ความเหนื่อยอ่อนครอบงำ ความซวยก็มาถึง เราหาโรงแรมไม่เจอ !!! แต่ยังโชคดีที่ โรงแรมในเฟิ่งหวงส่วนใหญ่จะให้มาจ่ายเงินทีหลัง เราเลยเปลี่ยนโรงแรมเลย เดินหาเอาใหม่ ซึ่งราคา walk-in ก็ไม่ได้แพงกว่าที่จองในเวปไปมากมายซักเท่าไหร่

ห้องน้ำแบบเปิดเผย 555 เขามีผ้าม่านอยู่จ้ะ
หลังจากเข้าที่พัก นั่งพักน่องซักเล็กน้อยแล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน ด้วยความที่พูดภาษาจีนไม่ได้ เราก็เลยเลือกร้านที่ดีหน่อย ก็ได้คู่มือจากแอร์เอเชียช่วยเหลือเรื่องเนื้อสัตว์เล็กน้อยว่า อะไรคือเนื้ออะไร จะได้ไม่ผิดพลาดกินเนื้อแปลกๆ 555

มื้อนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะแต่ละจานนั้นปริมาณมันเยอะจริงๆ 
กินอิ่มพอมีแรงแล้วก็ได้เวลาสำรวจเมืองเฟิ่งหวงกัน
จากข้อมูลที่รู้ๆ มา จะมีค่าเข้าชมเมือง 148 หยวน แต่เราเข้าไปตอนดึกแล้ว ประมาณ 3 ทุ่ม ก็ไม่เจอด่านอะไรนะคะ





ผังเมืองเฟิ่งหวงหลักๆ จะมีถนน ขนานไปกับแม่น้ำทั้งสองฝั่ง แล้วจะมีซอกซอย ขยายออกไปสองฝั่งแม่น้ำ โดยอาคารที่อยู่ใกล้แม่น้ำ ส่วนใหญ่จะถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ผับบาร์ (ซึ่งเปิดเพลงอึกทึก ขัดกับบรรยากาศโบราณ)





อาคารบ้านเรือนต่างๆ ถัดจากแม่น้ำ ก็จะถูกดัดแปลงเป็น โรงแรมบ้าง ร้านขายของฝากบ้าง ก็เดินชมเมืองกันไปเพลินๆ คะ อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว เฟิ่งหวงเป็นจุดที่ควรจะมาเยี่ยมชมเป็นจุดสุดท้ายก่อนจบทริป เพราะจะเป็นที่ที่เราเดินเล่นชิวๆ ช้อปปิ้งของฝาก ของที่น่าสนใจคือ ผ้าพันคอ ราคาดีงาม 5-10 หยวน เสียดายที่เราเพิ่งจะเริ่มทริปเลยขนซื้อเยอะไม่ได้
จบวันแรกด้วยความเหนื่อยอ่อน ฝันดีนะก๊าาา

สรุปค่าใช้จ่ายและแผนการเดินทางวันแรก


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...