ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จางเจียเจี้ย ตอนที่ 2 - เฟิ่งหวง - อู่หลิงหยวน "อุทยานจางเจียเจี้ย "

เช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง เราตื่นกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ เพราะคิดว่าเข้าไปเที่ยวในเฟิ่งหวงยามเช้าโดยที่ยังไม่มีใครมาเก็บค่าเข้าเมือง




ช่วงแรกที่ยังไม่ค่อยมีคน ก็ถ่ายรูปสนุกดีคะ แต่พอเริ่มมีคนติดเฟรมมา คุณสามีเริ่มนอย เพราะเราเป็นตากล่องมือช้า กว่าจะกดชัตเตอร์  อาม่าอาซิ่มก็โผล่เข้าเฟรมมา


โรงแรมที่เราพัก ชื่อไรไม่รู้อ่ะ -*-
เราคิดว่าจะมีแต่เราที่คิดจะลอบเข้าเมืองแต่เช้า ที่ไหนได้ใครๆก็คิด แม้แต่ทัวร์จีน!!!

หลังจากเดินเล่นถ่ายรูปพอหอมปากหอมคอ เราก็กลับห้องพักเก็บสัมภาระ เพื่อเดินไปขนส่ง ขึ้นรถเที่ยว 9.30 น. ไปอู่หลิงหยวน แต่...ไม่ทัน เวรกรรม!! เราเลยต้องขึ้นรถรอบ 10.30 ไปเมืองจางเจียเจี้ยแทน

ในจุดนี้จะของอธิบายซักเล็กน้อย จางเจียเจี้ย เป็นทั้งชื่อเมืองและชื่ออุทยาน (หุบเขาอวตารเป็นส่วนหนึ่งในอุทยาน) แต่เมืองที่เป็นทางเขาอุทยานนั้นชื่ออู่หลิงหยวน ซึ่งถ้ามาจากทางเมืองเฟิ่งหวงจะถึงเมืองจางเจียเจี้ยก่อน เราต้องหารถต่อไปอู่หลิงหยวนอีกที

เมื่องถึงขนส่งจางเจียเจี้ย เราก็จะเห็นรถไปอู่หลิงหยวนจอดเรียงๆกันอยู่ เป็นรถมินิบัส ออกทุก 45 นาที วิ่งจนถึง 3 ทุ่ม ถ้าใครจะจองโรงแรม ที่จางเจียเจี้ย ก็สามารถนั่งรถไปกลับอู่หลิงหยวนได้สบายๆ แต่เราไม่อยากเสียเวลานั่งรถ ก็ขนสัมภาระไปนอนอู่หลิงหยวนเลย

มินิบัส จางเจียเจี้ย-อู่หลิงหยวน
อู่หลิงหยวนเป็นเมืองเล็กๆ (Wulingyuan District) ลักษณะหลายอย่างเหมือนเพิ่งสร้างใหม่ น่าจะรองรับการท่องเที่ยว
สถานีรถอู่หลิงหยวน

Wulingyuantuniu Youth Hostel
เมื่อถึงอู่หลิงหยวน ก็เดินไปหาที่พักซึ่งไม่ไกลมาก และยังใกล้ทางเข้าอุทยานอีกต่างหาก
ที่พักของเราพนักงานสามารถพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง มีแผนที่แจกพร้อมแนะนำจุดที่เราควรแวะ
นางดูเสียดายที่เรามีเวลาท่องเที่ยวน้อย มีแค่ช่วงบ่ายวันนี้และพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน (เราก็ว่าน้อยไป ไม่ทั่ว และไม่คุ้มค่าบัตร บัตรใช้ได้ตั้ง 4 วัน เอาจริงๆ ควรเที่ยวที่นี่อย่างน้อย 2 วันเต็ม)


เราถึงหน้าอุทยานตรงประตูอู่หลิงหยวนประมาณ 3 โมงเย็น ช่องซื้อบัตรปลอดคน ที่ขึ้นรถปลอดคน เป็นเพราะมันเป็นช่วงเย็นแล้ว อุทยานปิดประมาณ 5 โมงเย็น ฉะนั้นถ้าใครมาถึงที่นี่บ่ายๆ ซื้อบัตรไว้ก่อนเลยคะ พรุ่งนี้เช้าจะได้เที่ยวเลยไม่ต้องต่อแถวซื้อ
บัตรราคา 245 หยวน ใช้เข้า-ออกได้ถึง 4 วัน ถ้าอยากเที่ยวแบบละเอียด ไม่รีบร้อน ก็จงใช้ให้เต็มที่ 4 วันไปเลยคะ ราคาบัตรนี้รวมค่าขึ้นรถบัสรับส่งในแต่ละจุด แต่จะไม่รวมค่ากระเช้า ค่าเคเบิลคาร์

ส่วนตัวอยากจะแนะนำ สำหรับวันแรกที่เพิ่งเข้าไปเที่ยวอุทยานเราอาจจะเลือกไปที่ชิวๆ ก่อน (ตามวงสีเขียว)




ชิมมั้ยคะ เต้าหู้เหม็น อิอิ
เริ่มจากโซนภาพเขียน 10 ลี้ ไอ้สิบลี้นี่เราก็ไม่รู้นะว่ามันไกลหรือใกล้กว่าสิบกิโล แต่ยังไงซะเราก็ตัดสินใจเดินคะ เพราะเคเบิ้ลคาร์สำหรับไปกลับ ต้องซื้อตั๋วเพิ่มราคา 52 หยวน ก็ชิวๆ คะ เดินเล่นกันไป พอเหนื่อย เริ่มรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดสิ้นสุดซักทีเนียะ แลมองเคเบิลคาร์ก็เริ่มรู้สึกว่า ราคามันก็ไม่แพงมั้ง 555 แต่ในที่สุดเราก็เดินมาถึงจุดถ่ายรูปคะ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากกับวิวในจุดนี้จริิงๆ คะ พอพักหายเหนื่อย หาเต้าหู้เหม็นชิม แล้วก็เดินกลับออกมา ถามคุณสามีว่าเราพอมีเวลาไปต่อนะ น่าจะไปลำธารม้าแส้ทองได้อยู่ แต่ด้วยความเหนื่อยคะ และตามที่มีข้อมูล ถ้าไปช่วงน้ำแห้งวิวมันไม่งาม เราตัดสินใจออกจากอุทยานคะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า คิดว่ามื้อนี้ควรจะทานดีๆ ชดเชย มื้อกลางวันบนรถทัวร์ ^^
หันไปมองทางเข้าอุทยานซักนิดก่อนเดินตรงไปถนนคนเดิน
ตามข้อมูลที่มี คืออู่หลิงหยวนมีถนนคนเดิน ชื่อ ซีปู้เจีย เดินตรงไปจากทางเข้าอุทยานไปเรื่อยๆ จุดสุดแม่น้ำก็จะถึงคะ เราก็เดินดุ่มไปหละคะ สังเกตผู้คนเอาว่าตรงจุดไหนคนเดินไปเยอะๆ ก็ลองตามไป ระหว่างทางจะมีร้านค้าสไตล์ซูเปอร์มาเก็ต อยู่สองสามร้าน เราซื้อของฝากจากที่นี่ได้คะ ราคาไม่แพง



เมื่อถึงปลายถนนจะมีแม่น้ำตัดขวางก็จะถึงโซนที่มีลักษณะเหมือนถนนคนเดินสร้างใหม่ ด้านหน้าจะมีภัตตาคารสูงประมาณ 3 ชั้นตั้งเด่นเป็นสง่า เราลองเข้าไปเดินในโซนถนนคนเดินก่อน ภายในก็จะมีร้านอาหารและร้านของฝาก แต่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาเดิน ลานด้านหน้ามีกลุ่มคนจีนมาออกกกำลังกันด้วยคะ




สุดท้ายเรากลับมาทานอาหารเย็นในภัตตาคารคะ สั่งอาหารก็ดูตามรูปคะ แอบส่องโต๊ะคนอื่น จะเห็นว่าอาหารแต่ละอย่างนี่มาจากใหญ่มาก เราสั่งมา 3 อย่าง มีเหมือนกุ้งอบวุ้นเส้น (ที่ไม่มีกุ้ง), หมูสามชั้น และ เป็ดย่าง สุดท้ายทานกันไม่หมด บังเอิญว่าเราแวะซื้อขนมมาก่อนถึงถนนคนเดิน เราเลยต้องแอบเอาเป็ดย่างใส่ถุงขนมกลับมาด้วย 555 มีความงกคะ คือมันเหลือเยอะมากอ่ะ แล้วมันก็อร่อยนะ




จบวันที่สองด้วยความอิ่มจนจุก


แผนดัดแปลงมาจากของแอร์เอเชีย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...