ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จางเจียเจี้ย ตอนที่ 4 - เมืองจางเจียเจี้ย - เทียนเหมินซาน

เช้านี้ลงมาที่ล้อบบี้ปุ๊บเจอรถคุณร็อคกี้พร้อมแล้วที่หน้าโรงแรม คุณร็อคกี้มีบริการไปส่งที่ทางเข้าเทียนเหมินซานให้ฟรี และซื้อตั๋วเข้าชมเทียนเหมินซานในราคาที่ถูกกว่า
ทางขึ้นเทียนเหมินซานอยู่ในเมืองจากเจียเจี้ย ไม่ไกลจากสถานีรถและโรงแรมมากนัก เราจะเห็นกระเช้าห้อยโยงไปทางภูเขาได้จากในเมืองเลย

ราชรถมาเกย ^^
Yiyaqin Hotel



ก่อนเข้าเท่ียนเหมินซาน รอคอยตั๋วจากคุณร็อคกี้

เรารีบไปแต่เช้าเพราะเคยเห็นรีวิวที่มีคนรอคิวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้นกระเช้า และกลุ่มของเราโชคดีที่มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งพอพูดภาษาจีนได้ เราเลยได้เข้าไปด้านในเร็วหน่อย



แพลนในการเข้าชมคือเราเริ่มจากการนั่งกระเช้า เที่ยวชมบนเขา ทางเดินกระจก วัดเทียนเหมิน เดินลงประตูสวรรค์ (เทียนเหมิน) มานั่งรถบัสผ่าน 99 โค้ง ลงจากเขา

มุ่งหน้าสู่เทียนเหมินซาน
โน่นๆ เห็นประตูสวรรค์แล้ว ^^

หันไปมองข้างล่างอย่างเสียวอ่ะ เห็นเมืองจากเจียเจี้ยไกลๆ 
ลงจากกระเช้าละ
ตอนต่อคิวขึ้นกระเช้าคนก็เยอะจริงๆ เพื่อนร่วมกระเช้าของเราน่าจะเป็นนักศึกษา ดีที่ไม่ทะโมนก็นั่งชมวิวกันไป วิวสวยมากๆ และได้นั่งกระเช้านานมากๆ คุ้มมาก
เห็นระเบียงคอนกรีตที่เกาะอยู่ขอบผาไหม นั่นแหละที่เราจะเดินไป Fighting!!



แม้ว่าเรานั้นจะมั่นใจมากๆ ว่าไม่ได้กลัวความสูง แต่พอได้สัมผัสระเบียงทางเดินตามขอบผาด้วยตัวเองนั้น...อดที่จะใจสั่นหวั่นไหวไม่ได้เลยจริงๆ
มาคิดๆ ดูตอนที่เขาก่อสร้างไอ้ทางเดินพวกนี้ เขาทำยังไงกันนะ!? วางไม้แบบยังไง ขนอุปกรณ์ยังไง?



พร้อมจ้า
ก่อนจะเดินระเบียงกระจก ต้องเสียเงินเพิ่มคนละ 5 หยวน คุ้มไม่คุ้มไม่รู้แต่ก็ต้องลอง ตามทางเดินที่เกาะขอบผา จะมีทางเดินอีกทางที่คู่ขนานกันไปแต่จะอยู่ลึกเข้าไปในพื้นดิน สำหรับคนที่ไม่ต้องการสัมผัสความเสียวก็เลือกเดินทางนั้นได้
รองเท้าผ้าสำหรับเดินผ่านระเบียงกระจก


มองลงไปที่ถนน 99 โค้ง 
เอาเข้าจริงมาอยู่จุดนี้คือกลัวมาก ด้วยความที่มันไม่มีอะไรอยู่ใต้เท้าเราเลย และอากาศมันก็หนาว มือก็เย็น ใจก็สั่น จะถ่ายรูปจะเซลฟี่อะไร คือเกร็งมากๆ กลัวกล้องตก กลัวผีผลัก!! กลัวๆๆๆ ><



ชมวิวและถ่ายรูปกันไปไม่ต้องรีบร้อนๆ
อาซิ่มอาม่าแกไม่มีความกลัวเลยซักนิด
เดินไต่ขอบผาไปเรื่อยก็มาถึงจุดที่เป็นวัดเทียนเหมิน วัดมหายาน เข้าไปสักการะซักหน่อย สวดอะไรไม่ได้ก็อธิษฐานเป็นภาษาไทยนี่แหละหวังว่าท่านพระโพธิสัตว์และเหล่าท่านเทพจะเข้าใจ


 



จากวัดเทียนเหมิน นั่งกระเช้าห้อยขาขึ้นไปบนจุดสูงสุดของภูเขา จะมีศาลาแปดเหลี่ยมลักษณะคือสร้างยังไม่สมบูรณ์ดี ตรงจุดนี้จะมีร้านอาหาร ของทานเล่น  นั่งกินไปชมวิวไปได้คะ จากตรงนี้จะมีลิฟต์สำหรับขึ้ืนลง จากจุดที่เราลงกระเช้าตอนช่วงเช้า หรือเราจะเดินเท้าลงไปก็ได้ 



พอลงมาถึงจุดลงกระเช้าตอนเช้า เราต้องเดินไปอีกทางเพื่อไปประตูสวรรค์ 

ทางเดินก่อนไปถึงประตูสวรรค์
ใครมีแรงหรืออยากชมวิวอีกจุดนึง บนยอดนั้นก็มีทางเดินขึ้นไปให้ชมวิวกันอีกนะ


ที่ประตูสวรรค์ บัตรเข้าอุทยาน ให้เราลงบันไดเลื่อนฟรีได้ 1 ชั้น ส่วนชั้นต่อไป บันไดเลื่อนจะลงคู่ขนานกันไปกับบันไดประตูสวรรค์ และต้องเสียเงินเพิ่ม เราเลยต้องลงด้วยบันไดประตูสวรรค์ซึ่งชันมากๆ ลูกนอนมีขนาดเล็กกว่าเท้าเรา เป็นการลงบันไดที่เสียวไส้อีกแล้ว
มันชันจริงๆ นะ เห็นรถบัสจอดเรียงๆ กันอยู่ตรงโน้น


ประตูสวรรค์
เห็นเมืองทั้งเมืองเลย เราขึ้นมาสูงมากๆ




ลงมาถึงข้างล่างจุดธูปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อย ก็ต้องเติมพลังคะ เกี๊ยวน้ำ ราคาน่าจะ 15-25 หยวน จำไม่ได้ซะละ แต่อร่อยคะ อาจจะมันกว่าบ้านเรานิดหน่อย


ขาลงก็นั่งรถบัสลงไปตามเส้นทางคดเคี้ยวนี้แหละ -*- ใ่ช้เวลาประมาณ 45 นาที (ภาพถ่ายจากระเบียงกระจก)

ลงจากเทียนเหมินซานเราก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม แล้วไปสถานีขนส่ง หารถบัสไปเมืองฉางซา

จริงแล้วจากจากเจียเจี้ยไปฉางซาเราสามารถไปโดยรถไฟได้คะ ซึ่งสถานีก็อยู่ใกล้กันกับสถานีรถบัส 
แต่น่าจะต้องจองก่อน เราเอาสะดวก ก็เลยกลับรถบัสเหมือนขามา

สถานีขนส่งจางเจียเจี้ย

ลานหน้าสถานีขนส่ง


รถไฟใต้ดินเส้นสีฟ้า ตัดผ่านสถานีรถบัสตะวันตก-ถนนคนเดิน (สถานีอู่ยี) และจุดขึ้นรถไฟไปสนามบิน

ถึงฉางซา เราเดินทางไปโรงแรมโดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานีอู่ยี ตัวสถานี และถนนคนเดิน อยู่ใกล้กัน เราก็เลยเลือกจะพักโรงแรมในละแวกนี้ สำหรับโรงแรม ไม่ได้ดีมากมาย ธรรมดาๆ เลือกเพราะสะดวก ที่ไม่ดีคือพนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยคะ ต้องใช้แอปแปลภาษาช่วย

ทางเข้าถนนคนเดิน
ร้านกาแฟคนเยอะมากเลยไม่ได้ลอง
ร้านขายของฝากกระจุกกระจิก ของเหมือนๆ บ้านเรา
บรรยากาศถนนคนเดิน
อันนี้ไม่รู้เรียกว่าอะไร ข้างในเป็นไอติม ข้างนอกเป็นขนมปังกรอบ อร่อยๆ
ถนนคนเดิน
ขนมไทยไปไกลถึงต่างแดน
พริกสดดอง มั้ง?? เห็นขายเยอะมากเหมือนเป็นโอทอปประจำจังหวัดเลย
ง่วงแล้วนะกลับ โรงแรมนอนกันเถอะ ^^






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...