ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปักกิ่ง - วันที่ 3 ตอนที่ 2 หอฟ้าเทียนถาน-ถนนคนเดินเฉียนเหมิน-เป็ดปักกิ่ง




จากพระราชวังฤดูร้อน เราขึ้นรถไฟใต้ดินจากสถานี xiyuan เปลี่ยนรถ 2 ครั้ง ที่สถานี Caishikou กับ Ciqikou ลงที่สถานี Tiantan East Gate


ทางเข้าสวนทางทิศตะวันออก
ค่าเข้า ช่วง HI SEASON (เม.ย.-ต.ค.) 15 หยวน
ค่าเข้าชมหอสักการะ 20 หยวน ในเวปบอกว่า ตั๋วนี้จะรวมจุดเยี่ยมชมสำคัญ 3 จุด คือ หอสักการะ, Circular Mound Altar & Echo Wall
หรือใครจะซื้อเป็นตั๋วรวมราคา 35 หยวน ก็ได้เหมือนกันคะ
เราแนะนำว่าให้ซื้อตั๋วรวมไปเลยคะ เพราะจุดขายตั๋วแต่ละจุดจะปิดเวลา 4 โมงเย็น แต่เราจะเข้าชมได้ถึงเวลา 17.30 น. (ส่วนประตูสวนปิด 22.00 น.) ตอนเราซื้อตั๋วก็ไม่รู้มึนอะไรเลยซื้อตั๋วแยก-*-

หอสักการะฟ้าอยู่ลิบๆ ที่ปลายฟ้า
ใกล้เข้ามาอีกนิด จากตรงนี้ต้องเดินผ่านทางเดินยาวจะถึงทางเข้าหอสักการะฟ้าแล้วคะ
ระเบียงทางเดินก่อนถึงทางเข้าหอฟ้าเทียนถาน
หลังจากผ่านประตูสวนและทางเดินกว้างใหญ่ที่เรียงรายด้วยต้นไม้เขียวขจี ถึงจุดนี้เราจะต้องผ่านระเบียงทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนจับกลุ่มกันกลุ่มละ 4 คนบ้าง 3 บ้าง ลุงป้าเขาก็ไม่ได้มาจับกลุ่มจิบชากันขำๆนะ แต่เขามาฝึกสมอง มานับเลขกัน จริงๆก็คือ มาเล่นไพ่กันนั่นเองงงง ไม่แน่ใจว่าเล่นพนันกันเลยมั้ยหรือเล่นกันเป็นเกมสนุกๆ
ถึงแว้วจ้าาาหอฟ้าเทียนถาน หอฟ้าเทียนถานเป็นอาคารไม้ มีหลังคาซ้อนกันสามชั้น (ตามภาพ) ที่น่ามาชื่นชมคืออาคารหลังนี้เขาว่า ไมไ่ด้ใช้ตะปูในการก่อสร้างเลยนะ  อาคารที่อยู่รอบหอฟ้าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงประวัติ, รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม(ไม่ได้อ่านภาษาจีนออกนะคะ คาดคะเนเอาจ้า :P)  ที่นี่เป็นจุดที่เราเดินชมพิพิธภัณฑ์อย่างจริงจังแม้จะอ่านไม่ออกก็ตาม -*-
โครงสร้างหลังคาสวยงามอลังการจริงๆ 
ภาพโครงหลังคา+ฝ้าเพดาน สวยมาก ดีเทลละเอียดมาก

โมเดลไม้อาคารต่างๆ
ทางเดินไป Circular Mound Altar & Echo Wall 
ออกจากหอฟ้าเทียนถานมาตามทางเดินทิศใต้จะไปสู่ Circular Mound Altar & Echo Wall แต่ในจุดนี้เราไม่ได้เขาไป ด้วยความพลาด (อีกแล้ว) มัวแวะหาของกินอยู่ พอจะเข้าไปปรากฏว่า หมดเวลาพอดี๊พอดี TT เสียใจจนทุกวันนี้ คือลืมเวลาปิด แง๊ๆๆ ในจุดนี้ก็อยากจะขอบ่น ก็ไม่เข้าใจว่าพี่จีนเขาจะแบ่งทางเข้าเป็นส่วนๆ ทำไม ในเมื่อมันคือสถานที่เดียวกัน 

ส่วนรายละเอียดหอฟ้าเทียนถานตามลิงค์นี้ไปเลยค่า http://www.dplusguide.com/2015/china-tian-tan-temple



หลังจากผิดหวังถึงกับหลั่งน้ำตา นั่งชมสวนทำใจอยู่พักใหญ่ ก็ตัดสินใจออกทางประตูตะวันตกเพื่อลัดเลาะไปสู่ถนนเฉียนเหมิน หาข้าวเย็นกัน 
ออกจากประตูตะวันตกมาเจอสี่แยกให้เลี้ยวขวา
ระหว่างทางเดินไปถนนเฉียนเหมิน ฝั่งตรงข้ามเหมือนจะเป็นห้างฯ หรือโรงแรม หรืออะไรซักอย่างดูอลังการ
ถนนคนเดินเฉียนเหมินนี้ในหลายๆ เวปแนะนำให้มาช่วงพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเพื่อถ่ายรูป แต่เราก็ดันมาถึงซะมืดตื้อเลย 555
มืดตื้ออย่างที่บอก 555
เรากับแฟนก็ปรึกษากันว่าเอ๊ะหรือเขาจะยกเลิกถนนคนเดินไปแล้วหรือยังไงทำไมันเงียบๆ แต่แล้วแฟนเราก็มองลอดตรอกเล็กๆ ระหว่างตึกไปเห็นทางด้านหลังตึกว่ามันมีป้ายไฟอะไรเยอะแยะ เลยตัดสินใจจะลองเดินเข้าไป ในใจเราลังเลมากเพราะบรรยากาศที่มองไปมันเหมือนพวกร้านคาราโอเกะ แลดูอโคจรชอบกล แต่ปรากฏว่าเรามาได้ถูกต้องแล้วจ้า ตรอกด้านหลังตึกจะยาวขนานกับถนนคนเดิน เต็มไปด้วยร้านค้าขายของ และร้านอาหาร
เราก็ตัดสินใจเข้าไปที่ร้านนึงเพื่อชิมเมนู เป็ดปักกิ่ง แล้วก็โชคดีหน่อยเลือกร้านไม่ผิด เป็ดอร่อย ถึงแม้น้ำจิ้มจะมีกลิ่นเต้าเจี้ยวแรงไปนิดนึง ราคาก็ไม่แพงมื้อนี้อิ่มและอร่อย ^^ เรียกว่าไม่พลาดๆ แต่ร้านนี้จะเก็บค่าเปิดอุปกรณ์ในห่อ พวกจาน แก้ว น่าจะประมาณ 1-2 หยวนต่อชุด

หลังจากกินอิ่มก็ได้เวลาเดินชิว เราจะเดินไปทางป้อมธนูไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินเฉียนเหมินเพื่อกลับโรงแรม
บรรยากาศร้านดัง Quanjude Qianmen Branch ที่เราไม่ได้เข้าไปชิม
 

รอบๆ ป้อมธนูเฉียนเหมินจะมีบูธ ให้ข้อมูลท่องเที่ยว และขายทัวร์ไปกำแพงเมืองจีน ตามที่เขารีวิวกันมาราคาไม่แพง แต่เราไม่ได้ใช้บริการหรอก ช่วงเวลาที่เราไปถึงเขาปิดบูธกันแล้ว

Zhengyang Gate
Qian Men
เดินอ้อมป้อมธนูมาด้านหลัง ตรงข้ามคือประตูเจิ่งหยาง ทางด้านหลังของประตูเจิ่งหยางก็คือจัตุรัสเทียนอันเหมินนั่นเอง

>>>วันนี้เหนื่อยแล้ว ได้เวลาพัก เจอกันพรุ่งนี้จ้ะ<<<
พรุ่งนี้เราจะไปกำแพงหมื่นลี้กัน !!

 ขอบคุณข้อมูลจาก 
https://www.travelchinaguide.com




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...