ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปักกิ่ง - วันที่ 4 กำแพงเมืองจีน สนามกีฬารังนก ตลาดรัสเซีย CCTV


โปรแกรมวันนี้เราจะไปกำแพงหมื่นลี้กัน ตามข้อมูลที่ได้มาด่านที่ฮอตฮิต ใกล้ที่สุด ไปง่ายที่สุด และคนเยอะที่สุด คือด่าน ปาต้าหลิง (Badaling) ซึ่งเราก็ได้รับคำเตือนมาแล้วว่าถ้าจะไปอย่าไปวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อีกด่านนึงที่มีคนรีวิวคือด่านมู่เทียนหยู (Mutianyu) แต่ดูเหมือนจะไปยากกว่านิดหน่อย เราก็เลยเลือกแบบเซฟๆ ไปด่านปาต้าหลิง
เริ่มจากที่พักเราสถานี Dongsi เปลี่ยนขบวนที่สถานี yonghegong ไปลงสถานี Deshengmen เพื่อไปขึ้นรถเมล์สาย 877 ต่อเดียวถึงด่านปาต้าหลิง
การไปต่อรถเมล์สาย 877 นี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าวิตกอะไรคะเพราะออกจากสถานี Deshengmen ก็จะมีป้ายบอกไปตลอดทางโดยเฉพาะที่พื้น คือป้ายลูกศรใหญ่มาก และมีไปตลอดทาง ไม่ต้องกลัวหลงคะ พอไปถึงจะมีรถเมล์สีเขียวนี่จอดอยู่เยอะแยะหลายสาย ก็พยายามมองหาแต่เลข 877 จะมีคนเข้าแถวขึ้นรถอยู่เยอะกว่าสายอื่นๆ 

การขึ้นรถเมล์ถ้าเรามีบัตร อี้ข่าทงอยู่แล้วเราก็เอาบัตรแปะที่เครื่องเลย ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ (ราคาตั๋ว 12 หยวน) ซึ่งราคาที่หักจากบัตรจะถูกกว่าซื้อตั๋วบนรถเยอะคะ (หักจากบัตร 3 หรือ 6 หยวนนี่แหละคะ)

ประมาณ 1 ชม. ก็จะถึงด่าน Badaling จุดจอดรถเมล์ 877 จะอยู่ประมาณทิศใต้ของกำแพงขากลับก็มาขึ้นรถที่เดิมนะคะ ลงจากรถก็เดินเล่นไปตามถนน ตามหาของกินตุนก่อนปีนกำแพง 
ด้านใต้ของกำแพง บริเวณทางเข้ากำแพงเมืองจีน
ทางขึ้นใกล้กับจุดจอดรถเมล์  จะมีร้านค้าขายของฝากกับของกิน เช่น ข้าวโพดปิ้ง ไก่ปิ้ง ราคาไม่แรงมากคะ ทานได้ๆ หรือจะไปทานเคเอฟซีที่ด้านเหนือของกำแพง ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ และสำหรับใครที่เล็งไว้ว่าจะขึ้น cable car ทางขึ้นก็อยู่ใกล้ๆกับพิพิธภัณฑ์นี่หละคะ (ราคา cable car เที่ยวเดียว 80 หยวน ไปกลับ 100 หยวน)
กลุ่มร้านค้าทางด้านเหนือของกำแพง


เริ่มต้นปีนกำแพงหมื่นลี้กันเถอะ !!
ค่าเข้าช่วงไฮซีซั่น 40 หยวน
แพลนตอนแรกเรากะว่าจะขึ้น cable car และกลับด้วย pulley (ราคา pulley เที่ยวเดียว 30 หยวน ไปกลับ 600 หยวน) แต่คุณแฟนอยากจะเดินเอง!! และจะเดินถึงป้อม 12 !!  ก็โอเค๊ พิสูจน์อายุกันคะ กว่าจะถึงป้อม 8 เล่นเอาหอบแฮกๆๆๆ ในจุดนี้เจอกลุ่มสาวจีนถามทาง เราก็แอบตกใจ พร้อมกับบอกไปว่า I don't know......นางถึงกับเหวอไปเลย 555 


จากป้อม 8 ไปป้อม 12 ไม่มีป้ายบอกอะไรทั้งสิ้นนะคะว่าเราถึงไหนแล้ว และนักท่องเที่ยวที่มากับเราก็น้อยลงเรื่อยๆ จนเราชักไม่มั่นใจว่าเรามาถูกทางมั้ย -*- 
หลังจากเดินครบ 12 ป้อมจนถึงทางออก สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไป เราแนะนำว่าอยากให้เดินกันคะ ไหนๆ ก็ได้มาแล้ว ถ้าขึ้นกระเช้า แค่ถ่ายรูปมันไม่ได้ซึมซับบรรยากาศเท่าไหร่นะคะ อีกอย่างเลยป้อม 8 มาคนน้อยลงเราสามารถจะหยุดถ่ายรูปได้ชิวๆ ไม่ติดคนอื่น (แม้ว่าทางจะชันไปซักหน่อยก็ตาม)
ถึงทางออกที่ป้อม 12 ข้างทางจะมีของฝากกับของทานเล่นเช่นเคย เราลองซื้อขนมชนิดนึงมา ไม่รู้ว่าชื่ออะไรแต่ขายเป็นหน่วยจิน ครึ่งจินราคา 7 หยวน ตอนซื้อเราก็พูดคำว่าครึ่งจินไม่ได้ ก็เลยบอกไปว่าเอา 7 หยวน (ชี-ไคว่) ขนมนี่รสชาติเหมือนตังเมแต่ใส่ไส้ถั่วบด รสชาติไม่หวานไม่เหนียวเท่าตังเม กินกับน้ำชาก็เข้ากันดีคะ
เลยร้านค้าออกมาก็จะเจอสวนสัตว์เล็กๆ มีแต่หมี ให้อาหารน้องหมีได้นะคะ คาดว่าจะขยายเป็นสวนสัตว์จริงจังในอนาคตนะ
ทางเข้าสวนสัตว์ ที่จะทะลุไปโผล่ป้อม 12
ออกจากสวนสัตว์เดินออกมาอีกนิดหน่อยก็จะถึงจุดจอดรถเมล์ ก็ต่อคิวขึ้นรถกันได้เลยจ้า
มาถึงสถานี Deshengmen ประมาณ บ่ายสองกว่าๆ นั่งรถไฟใต้ดินไปสนามกีฬารังนกกันคะ นั่งไป 1 สถานีแล้วเปลี่ยนรถที่สนานี Gulou แล้วนั่งต่อไปอีก 3 สถานีถึงสถานี Olympic sport center

ถึงสถานี Olympic แล้วจ้า มีลู่ให้วิ่งกันเลย
Olympic sport center ไม่เก็บค่าเข้าคะ มาถึงบรรยากาศขมุกขมัวสลัวๆ ซักพักฝนก็ตก -*- ด้วยความเหนื่อยจากการปีนกำแพงหมื่นลี้ เราก็เดินๆ หยุดๆไปเรื่อยคะ ออกจากสถานีก็มุ่งขึ้นเหนือ ไปหาสนามกีฬารังนกคะ

ซูมดูโครงสร้างแบบใกล้ๆ
ตามทางเดินใหญ่โตอลังการนั้น ก็จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์เป็นกลุ่มๆ ทางขวามือก็จะเป็นสนามกีฬารังนกอันเป็นเป้าหมายหลักของเรา ทางซ้ายมือก็จะเป็นสระว่ายน้ำ ที่ออกแบบเปลือกอาคารให้คล้ายๆ ฟองน้ำหรือฟองอากาศ ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องไปทางขวาหาสนามกีฬาก่อน แต่พอเรามาอยู่ฝั่งสนามกีฬาแล้วเราเหนื่อยจะเดินข้ามทางเดินกว้างใหญ่ในั้นไปหาสระว่ายน้ำแล้ว ถ่ายรูปไกลๆละกันนะ แฮ่:P
จากตรงนี้เราก็เดินขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ผ่าน Linglong Tower  เดาว่าเป็นศูนย์ถ่ายทอดสดเวลาแข่งกีฬา และอาจจะขึ้นไปชมวิวทางด้านบนได้  
 Linglong Tower 
เราจะไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานี Olympic Park ใกล้ๆกันจะมีที่ช้อปปิ้งเล็กๆ แต่ก็ไม่ค่อยมีคนเดิน เพราะฝนเริ่มตกเยอะแล้วคะ ในสถานีก็จะมีร้านค้าร้านอาหารอีกคล้ายๆ ในรถไฟใต้ดินบ้านเรา
ถึงเวลาหาข้าวเย็นกันแล้วคะ คุณแฟนเสนอว่าอยากไปช้อปปิ้งที่ตลาดรัสเซียคะ ตามที่ทัวร์เขาพาไปเที่ยวกัน เราก็เลยจะลองไปเดินตลาดรัสเซียและหาอะไรทานแถวนั้นเลยคะ 

เริ่มจากสถานี Olympic park เปลี่ยนรถสองครั้งที่ สถานี Gulou Street และสถานี Jiangguomen ลงรถไฟที่สถานี  Yong an li
ตลาดรัสเซีย
ถึงแล้วคะตลาดที่ทัวร์ชอบพามาลง ที่นี่เราเจอนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มากับทัวร์ด้วย และคงเพราะเรามาถึงค่อนข้างจะค่ำแล้ว คนที่เดินช้อปปิ้งกันค่อนข้างจะน้อยคะ ส่วนใหญ่ก็มีคนไทยกับฝรั่งนี่หละคะ ราคาของค่อนข้างแพง และแม้ว่าจะมีรีวิวบอกว่าถ้าเราจะซื้อควรต่อราคาลงไปซัก 10 เท่า!! แต่ดูๆไปแล้วของที่ขายที่นี่เราน่าจะหาซื้อได้ตาม ตลาดโรงเกลือ แม่สาย หรือแถวหาดใหญ่นะคะ เราก็เลยได้แต่เดินเล่นแล้วข้ามถนนไปทางด้านทิศตะวันออก

ทางฝั่งนี้ของถนนจะเป็นตึกแถวที่มีร้านอาหารอยู่หลายร้านคะ ส่วนใหญ่จะมีภาษาอาหรับด้วย เดาว่าน่าจะเป็นพวกอาหารสำหรับมุสลิม คุณแฟนก็จัดมาหนึ่งเมนูคะ เป็นข้าวผัดและน้ำซุป นางบอกว่าร้านนี้อร่อยคะ ไม่มันมาก ราคา 35 หยวน 
หลังจากกินอิ่มเราก็เดินย่อยขึ้นเหนือไปที่ The Place เป็นศูนย์การค้าที่เขาบอกว่ามีจอทีวียักษ์ใหญ่ ฝั่งซ้ายมือของถนนน่าจะเป็นสวน เรียกว่า temple of sun ถ้ามีเวลามากๆ ก็น่าจะพอแวะเข้าไปเดินเล่นได้อยู่คะ แต่เราไม่มีเวลาและตอนนี้ฟ้ามืดตื้อ สวนคงปิดไปแล้ว เราไปเที่ยวห้างกันดีกว่า :P
The Place
ที่วียักษ์ใหญ่ ใหญ่จนเอามาทำหลังคาซะเลย
จากนั้นเราก็เดินลัดเลาะไปทางทิศตะวันออก เพื่อไป CCTV headquarter ไปชมสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบมืดๆ กัน ^^
บรรยากาศย่านนี้น่าจะเป็นโซนธุรกิจ มีแต่ตึกสูง แสงสีและรถติด 55 เป็นคนละอารมณ์กับโซนที่เราพักซึ่งใกล้กับพระราชวังต้องห้าม 

ทาด้าาาา ถึงแล้วจ้า CCTV HEADQUARTER ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง รายละเอียดตามนี้ >>>  http://oma.eu/projects/cctv-headquarters

>>>วันนี้เหนื่อยแล้ว ได้เวลาพัก เจอกันพรุ่งนี้จ้ะ<<<



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...