ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปักกิ่ง - วันที่ 2 ตอนที่ 1 จัตุรัสเทียนอันเหมิน


ถึงสนามบินนานาชาติปักกิ่ง เวลา 00.20 น.
ภาพนี้ยืมเขามา ^^

แผนวันนี้คือ เราจะนอนรอเวลาที่สนามบิน จนกระทั่งถึงเวลารถไฟเข้าเมืองเที่ยวแรกเปิด คือเวลา 06.21 น. ซึ่งเท่าที่อ่านเจอในรีวิว จะมีมุมที่สามารถนอนได้ค่อนข้างสบายเพราะเป็นเก้าอี้เอนนอน แต่อ่านดีๆ เก้าอี้เอนนอนนั้นน่าจะเป็นขาออก แต่นี่เราขาเข้า ก็ต้องเดินหามุมที่สว่างและสงบพอจะนอนกันเอง และแล้วก็ไปได้ที่ชั้น 4 เป็นสุดทางด้านตะวันตกของอาคาร มีที่พอนอนได้เป็นเก้าอี้ยาวติดๆกันหลายตัว บางตัวไม่มีที่วางแขนก็จะนอนได้สบายๆ แต่ก็มีผู้มาจับจองอยู่แล้วหลายคน o_O
พอไปนั่งก็มีป้าคนจีนถามเวลา ถามมาเป็นภาษาจีน !! คือแบบหน้าตากลมกลืนขนาดนั้น !!
ช่วงกลางดึกก็มีตำรวจมาเดินดูอะไรก็ไม่รู้ พูดกันแต่ภาษาจีน -*- คือแบบ..นี่สนามบินนะ จะไม่พูดภาาาอังกฤษกันซักนิดเหรอ ??
เวลาผ่านไป 5 ชม. แบบหลับบ้างไม่หลับบ้าง
เอาจริงๆ ถ้าใครถึงสนามบินเวลาแบบนี้อย่างก!แบบเรา ยอมนั่งtaxi เข้าเมืองไปนอนhostelเลยดีกว่า สบายกว่าเตรียมพร้อมสำหรับการเที่ยวในตอนเช้าจะดีกว่า

ที่ซื้อตั๋วเปิดประมาณ 6.00 น. ตามที่รีวิว คือเราสามารถซื้อบัตรได้ 2 แบบ คือ ตั๋วเฉพาะ airport express หรือบัตร smart card อี่ข่าทง ที่สามารถนำไปใช้ได้กับรถไฟใต้ดินหรือรถเมล์เพื่อเดินทางในเมือง
เราตัดสินใจว่าจะซื้อบัตรอี่ข่าทง ก็บอกเขาไปเป็นภาษาอังกฤษ แต่...ได้เป็นบัตร airport express มาแทน
ฉะนั้นส่วนตัวแนะนำว่าไม่ต้องบอกเจ้าหน้าที่ด้วยภาษาอังกฤษใดๆ เซฟรูปบัตรไป แล้วเอาให้เขาดูจะง่ายที่สุด
airport express 
รถไฟมาตรงเวลาและเราต้องเปลี่ยนไปขึ้น subway เพื่อไปโรงแรมที่สถานี dongsi เดินต่อไปอีกประมาณ 600 เมตร

ถึงโรงแรมประมาณ เก้าโมง เป็นอะไรที่เหนื่อยและเพลียมาก ดีนะที่เขาให้เช็คอินเลยไม่ต้องรอเวลาเที่ยง แต่แผนวันนี้ต้องไปหลายที่ เราก็เลยได้แค่เอนหลังเล็กน้อยก่อนออกไปหาของกิน ที่ด้านข้างโรงแรมจะมีร้านขายซาลาเปาเล็กๆ ราคาไม่แพง เหมือนเป็นร้านชาวบ้านกินกันก็เลยลองดู

เจ้านี่คือ baozi (เปาจึ) ซาลาเปาเข่งนี้ราคา 13 หยวน ผักดองฟรี รสชาติ โอเค

แผนการเดินทางวันนี้คือ เราจะไปจัตุรัสเทียนอันเหมิน พระราชวังต้องห้าม ขึ้นเขาจิ่งซานเพื่อนชมวิวพระราชวังในมุมสูง ไปเจดีย์ขาวที่อุทยานเป่ยไห่


ออกเดินทางราวๆ 10 โมง เราขึ้นรถไฟที่สถานี dongsi เปลี่ยนขบวนที่ dongdan ลงสถานี tiananmen ออกจากสถานีแทบจะเป็นลม คือเห็นคนที่ขึ้นรถใต้ดินเยอะแยะแล้วก็ไม่คิดว่าจะมีคนมาเที่ยวเทียนอันเหมินเยอะแยะขนาดนี้ด้วย คนจีนเขาท่องเที่ยวกันเองเยอะมากๆ
ต่อคิวตรวจกระเป๋าก่อนเข้าจัตุรัสเทียนอันเหมิน
ก่อนจะเข้าไปที่ใจกลางจตุรัส เราต้องผ่านจุดตรวจที่มีคนต่อคิวเยอะมาก มองไปฝั่งตรงกันข้าม ที่ประตูเทียนอันเหมิน ทางเข้าพระราชวังก็คนเยอะ เราก็เริ่มใจเสีย กลัวจะต้องต่อคิวกันเป็นชั่วโมง แต่จริงๆ ก็ไม่นานถึงคนจะเยอะแต่แถวก็ไหลๆ
เห็นผู้คนแล้วท้อ TT คนจะเยอะแยะไปไหนหนอ

จัตุรัสเทียนอันเหมิน ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่งประเทศจีน มีพื้นที่ทั้งหมด 440,000 ตารางเมตร 
ความหมายของเทียนอันเหมิน คำว่า ‘เทียน’ แปลว่า ฟ้า ‘อัน’ แปลว่า ผาสุก ‘เหมิน’ แปลว่า ประตู

เทียนอันเหมิน เดิมทีเป็นประตูหน้าของพระราชวังสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1417 มีชื่อเดิมว่า "เฉิงเทียนเหมิน" หลังซ่อมแซมใหม่ในสมัยจักรพรรดิซุ่นจื้อแห่งราชวงศ์ชิง ในปี ค.ศ. 1651 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเทียนอันเหมิน 

จากประตูนี้ เราสามารถเดินทะลุเข้าวังต้องห้ามได้ 
ลักษณะของประตูวังเก่าแห่งนี้ เป็นกำแพงใหญ่ ชั้นบนสร้างเป็นเก๋งหลังคาสีเหลือง มีเสากลมสีแดง 10 ต้น เพื่อให้เกิดเป็นช่วงระหว่างเสา 9 ช่อง ตามตัวเลขทรงโปรดของจักรพรรดิ 
ชั้นล่างเป็นช่องประตูทรงเกือกม้า 5 ช่อง มีภาพเหมือนสีน้ำมันขนาดใหญ่ของประธานเหมา เจ๋อ ตุง ติดตั้งเหนือประตูกลางสองข้างของภาพนี้ มีคำขวัญเขียนว่า "ประชาชนจีนจงเจริญ" และ "ประชากรโลกจงเจริญ" เป็นคำพูดของ ท่านเหมา เมื่อครั้งกล่าวคำปราศรัยบนพลับพลาเทียนอันเหมิน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมค.ศ. 1949 ซึ่งเป็นวันสถาปนาประเทศจีนใหม่หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า "สาธารณรัฐประชาชนจีน" และได้ถือเอาวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันชาติตลอดมาจวบจนปัจจุบัน

ตามแผนผัง ประตูเทียนอันเหมินจะอยู่ทางทิศเหนือ  
อนุสาวรีย์วีรชนตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส 
มหาศาลาประชาคมด้านทิศตะวันตก
พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติจีนทางฝั่งตะวันออก 
หอรำลึกท่านประธานเหมาและหอประตูเจิ้งหยางเหมิน (จีน正阳门城楼) หรือเฉียนเหมิน อยู่ทางทิศใต้
และทั้งหมดนี้เราเสียดายที่ไม่ได้เดินดูอย่างใกล้ชิดและละเอียดมากนัก ด้วยความกว้างมากของพื้นที่และคนเยอะจนตาลาย ข้ามไปพระราชวังต้องห้ามกันดีกว่า 

ทางเดินลอดถนน ไปพระราชวังต้องห้าม
*** ก่อนจะลอดถนนไปฝั่งตรงข้ามจะขอเล่าถึงจุดพลาดซักหน่อย ก็อย่างที่บอกว่าจัตุรัสนี่กว้างมาก ถ้าหากเราเปลี่ยนจุดลงรถไฟ เป็นสถานีเฉียนเหมิน และเดินขึ้นเหนือทะลุจัตุรัส น่าจะดีกว่า หรือ ไปลงที่สถานี tiananmen west เราก็จะได้แวะชมสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ชื่อดังกลางกรุงปักกิ่งอีกจุดนึงคือ National Centre for the Performing Arts เสียดายอ่า TT


National Centre for the Performing Arts
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.abroad-tour.com/china/beijing/tiananmen.html



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว/สปอยล์ : องค์หญิงใหญ่ : หวนชะตารักอนันตกาล : The Princess Royal (2024)

**คำเตือน เนื้อหาบางส่วนเป็นสปอยล์** ช่วงปีสองปีนี้ซีรีส์จีนเต็มไปด้วยพล๊อตย้อนเวลา องค์หญิงใหญ่ ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นพล๊อตย้อนเวลาแต่พิเศษหน่อยตรงที่ไม่ได้ย้อนกลับมาแค่คนเดียว ซีรีส์เดินเรื่องด้วยมุมของนางเอก องค์หญิงใหญ่หลี่หรง    (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ราชธิดาองค์โตของ “หลี่หมิง” ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย   ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องผ่านหลี่หรง แต่มีเส้นเรื่องหลักซ้อนกันอยู่ คือ  (1) ฮ่องเต้ที่ไม่ต้องการให้ขุนนางมีอำนาจมากเกินไป ความวิตกเกี่ยวกับรัชทายาทที่ความสามารถไม่โดดเด่น ความอยากได้อยากมีของสนม และฮองเฮา (ถึงพวกนางจะแข่งกันเพื่อตระกูลแต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะความน้อยใจที่มีต้องฮ่องเต้ด้วย)  (2) องค์หญิงใหญ่หลี่หรง ในมุมนึงเพื่อสนับสนุนน้องชาย นางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตำแหน่งรัชทายาทต้องตกเป็นของคนอื่น และเพื่อไม่ให้ฮ่องเต้ระแวงเกินไป นางยอมแต่งงานกับเผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆ จากตระกูลที่ไม่มีอำนาจ  (3) ซูหรงชิง ขันที จากตระกูลซูที่เคยยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ในเกมการเมือง  (4) เผยเหวินเซวียน ขุนนางเล็กๆที่ตกหลุมรักองค์หญิงใหญ่  (5) หลี่ซวน องค์รัชทายาท...

รีวิว/สปอยล์ : ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี

  (2023)  ก๊อก ก๊อก.. เคาะเรียกผี ( Cobweb ) Cobweb หนังสยองขวัญเรื่องใหม่จากผู้สร้าง IT เนื้อเรื่องง่ายๆ บอกเล่าผ่านตัวละคร เด็กชายปีเตอร์ ผู้โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน โดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งปีเตอร์ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากกำแพงในห้องนอน เด็กชายลองเคาะผนังไปสองสามทีปรากฎเสียงเคาะกลับมา !!! ปีเตอร์เรียกแม่ให้มาดู แม่ลองเคาะบ้างแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ในอีกคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อมาเคาะบ้างเจ้าผนังก็ยังเงียบ พ่อจึงบอกปีเตอร์ว่าบ้านเก่าแล้วและมีหนูอยู่ในผนังจึงเอายาเบื่อหนูมาโรย ยาเบื่อหนูที่มีกลิ่นคล้ายอบเชย ที่โรงเรียนมีครูประจำชั้นคนใหม่เข้ามาชั่วคราวครูสังเกตความผิดปกติบางอย่างในตัวปีเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อวันนึงปีเตอร์วาดภาพแปลกๆ ด้วยความใส่ใจครูจึงไปหาแม่ปีเตอร์ที่บ้าน แต่แม่ก็มีท่าทีแปลกๆ ชวนสงสัยอยู่ตลอด แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าในเมื่อเด็กชายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนก็ไม่ควรไปยุ่ง ครอบครัวนี้อาจจะห่วงลูกชายมากหน่อยเพราะหลายปีก่อนเคยมีเด็กหญิงหายไปจากบ้านก่อนวันฮัลโลวีน อาจจะเป็นมุมกล้องหรือวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้เราคิดได้สารพัดว่าปีเต...

รีวิว/สปอยล์ : แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag

<<เลเวล ตั้งใจดู>> <<9/10>> เขาเกิดมาพร้อมคำทำนายที่ว่าจะทำให้คนข้างกายต้องมีอันเป็นไป..... ซีรีย์กำลังภายในแฟนตาซีกึ่งประวัติศาสตร์ <แดนสนธยา ตอน ธงพญาอินทรีย์ : Novoland-Eagle flag> ที่เราว่ากึ่งประวัติศาสตร์เพราะโทนของซีรีย์เป็นสไตล์นั้นจริงๆ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่ค่อนข้างครบรส มีกำลังภายใน มีมิตรภาพ มีความรัก ท่ามกลางฉากหลักสไตล์ประวัติศาสตร์ที่หนักแน่น มีดีเทลไปถึงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เสื้อผ้าหน้าผม แตกต่างกันในคนละแคว้น คุ้มค่ากับ 56 ตอนที่ควรตั้งใจดู ขอเล่าแบบที่พอจะจำได้ ซีรีย์เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านตัวละคร อาซูเล่อ ผ่านชีวิตของเขาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่มีโรคประจำตัวร่างกายอ่อนแอ ไปจนกระทั่งเติบใหญ่กลับบ้านเมืองดูแลเผ่าของตัวเอง อาซูเล่อ เกิดมาพร้อมคำทำนายที่โหดร้าย ทำให้พ่อของเขาต้องส่งเขาไปเลี้ยงดูที่อื่น เมื่อเติบโตจึงได้รู้ว่าตัวเองคือชื่อจื่อ(รัชทายาท) ของเผ่าชิงหยาง อาซูเล่อเติบโตมาพร้อมกับพี่สาวและเด็กสาวที่เป็นใบ้ชื่อซูหม่า การตายของทั้งคู่ฝังใจเขามาก (ไม่รู้ว่าซูหม่าเป็นรักแรกของอาซูเล่อรึเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ) อาซ...