30 กำลังแจ๋ว-30+ โสด on sale และ หมีพูห์ กับ พิกเล็ท

วันนี้มีพี่ชายใจดี เอาหนังเรื่อง 30+ โสด on sale มาให้ดู เรากะจะเอามาดูซิ ว่า จะสู้กับ 30 ยังแจ๋วได้มั้ย พอดูจบ ความสนใจกลับไม่ได้อยู่ว่าระหว่างหนังสองเรื่อง เรื่องไหนดีกว่า แต่กลับมาอยู่ที่เพลงตอนจบเรื่อง จะว่าเราเชยก็ได้นะที่เพิ่งจะได้ฟัง แต่เนื้อเพลงมันจับใจจริงๆ แนะนำให้เป็นเพลงงานแต่งงานเลย^^

ก่อนจะไปพูดคุยเรื่องเพลงและหมีพูห์จะขอพูด ความต่างของหนังสองเรื่องนี้ซักหน่อย ตามความตั้งใจแรกที่ดู

ในส่วนตัวคิดว่าตัวบท 30+ โสด on sale มีประเด็นที่ง่าย(อาจจะง่ายเกินไปในบางจุด) ชัดเจน พอเข้าใจได้ รู้สึกเป็นเรื่องเป็นราว แต่มันดรอปตรงนักแสดงและตอนจบที่คาดเดาได้ง่ายเกินไป 
บทตากล้องชื่อดังคนนั้น (จำชื่อไม่ได้) มันยังไงไม่รู้ ส่วนเป้อารักษ์แม้จะเหมาะ แต่ก็หลายเรื่องแล้วกับบุคลิกแบบนี้
คาแรกเตอร์ของพลอยกับเสื้อผ้าหน้าผมของเธอมันดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ คือเธอเหมือนเป็นนางแบบมากกว่าตากล้องอาชีพ
ในเรื่องนี้ชอบเจี๊ยบที่สุด เธอเล่นได้ฮาดีจริงๆ^^
สำหรับช่วงท้ายๆของเรื่องอาจจะดูแปลกๆหรือจงใจไปซักนิดกับการที่จืดพยายามจะขี้จักรยานขึ้นทางด่วนไปส่งนางเอกที่สนามบิน ก็รู้ว่าจืดไม่ใช่คนรวย แต่..นั่งรถเมล์มั้ยมีหลายสายเลยที่สุดสายสนามบินสุวรรณภูมิ!!
ตอนจบที่ว่าคาดเดาง่าย เพราะมันเห็นๆว่า ต้องแฮปปี้เอนดิ้ง


ใน 30+ โสด  on sale พยายามที่จะใส่บางอย่างลงไปในเรื่องราว เช่นว่าบทสนทนาระหว่างจืดกับคุณตากล้องสุดหล่อ ที่จืดถามว่า "คุณชอบผู้หญิงแบบไหน" คุณตากล้องตอบกลับมาซะยืดยาว ใสมุมที่ผู้หญิงต้องชอบและเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ ในขณะที่จืดต้องการแค่ใครซักคนที่ "กินหมูปิ้งของผม" เรียบๆง่ายๆ
หรืออย่างตอนที่จืดพานางเอกไปไปไหว้พระตรีมูรติ นางเอกขอยาวมาก ในขณะที่จืดขอแค่ประโยคเดียว
หนังพยายามสื่อสารและเปรียบเทียบ นิสัยใจคอและความคิดของตัวละครหลักๆ ที่ชอบที่สุดคือ เรื่องปากกา และดินสอ ราคาที่แตกต่าง ใช้ได้เหมือนกัน แต่ความหมายไม่เหมือนกัน..
จุดไคลแม็กซ์ที่นางเอกจะตัดสินใจ คือเมื่อนางเอกถามตากล้องว่า หมาคุณชื่ออะไร เขาตอบไม่ได้..
มันสำคัญนะสำหรับคนรักกัน เขาจะใส่ใจเราซักแค่ไหน ถ้าหมาของเขาเองเขากับไม่รู้จักชื่อของมัน!!??
ในขณะที่จืด ผู้ชายธรรมดา แต่กลับใส่ใจในตัวเธอมากกว่า รับรู้ความรู้สึกนึกคิดของเธอได้มากกว่า




ใน 30 กำลังแจ๋ว สับสนในแกนเรื่องมากว่าต้องการสื่อสารอะไร ระหว่างความคิดของผู้หญิงในวัยที่ควรแต่งงานหรือความรักระหว่างวัยที่ผู้ชายอายุน้อยกว่า
ต้นเรื่องเหมือนจะพูดถึงเรื่องความคาดหวังของผู้หญิง และการแต่งงาน มีฉากที่เพื่อนนางเอกคนหนึ่งที่กำลังจะแต่งงาน และพูดกับนางเอกในทำน้องที่ว่า การแต่งงานก็มีเรื่องน่ากังวลนะ ไม่ใช่จะแฮปปี้อย่างเดียว แต่ว่ามันแล้วยังไงเหรอ?? ทำให้นางเอกเริ่มมีความรักในทำนองที่ไม่ได้คาดหวังเรื่องแต่งงานและยอมรับว่าหัวใจตัวเองเอนเอียงให้เด็กหนุ่มซะแล้ว อย่างนั้นรึเปล่า??
ติดใจในคาแรกเตอร์พระเอก หนังจะพยายามสื่อสารว่าแม้จะอายุน้อยแต่เป็นคนจริงจังมั่นคงนะ เพราะการจีบนางเอกไม่ใช่เพราะสนุกแต่หลงรักมานานแล้ว แต่ภาพที่เห็นพระเอกดูเหมือนนักศึกษาปี 1 ขี้เล่นมากกว่าผู้ชายที่เรียนจบและเริ่มต้นทำงานอย่างจริงจัง
หนังขาดความลึกซึ้งในช่วงเวลาที่พระเอกนางเอกได้ใกล้ชิดกัน อยากรู้จริงๆว่า คุณพระเอกตามตื้อนางเอกอย่างนั้น มีตรงไหนที่เข้าใจความรู้สึกหรือความคิดของเธอบ้าง แค่เพียงแต่ตื้อเพื่อให้เธอรับรักเท่านั้นหรือ??
ดูเหมือนหนังจะพยายามมีมุกเล็กๆ ที่มีความหมายเช่น ใช้หมาที่นางเอกเลี้ยงเป็นสื่อในการส่งสารบางอย่างระหว่างพระเอกกับนางเอก แต่มันไม่ได้ให้ความหมายเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับการพยายามใส่ความหมายในสิ่งของหรือบทสนทนาของ 30+ โสด onsale (ทำไมมันไม่เป็นหมาที่ทั้งคู่แอบเลี้ยงเหมือนกันแต่มารู้ทีหลังอะไรแบบนั้น เหมือนเป็นเรื่องเล็กๆของเรา ที่มีแต่เราที่เข้าใจอะไรทำนองนั้น)
และมันขัดแย้งในความรู้สึกที่ว่า นางเอกรู้ทั้งรู้ว่าแฟนนิสัยแบบไหน แต่ทำไมถึงได้ยังคบอยู่ถึงขนาดซื้อบ้านด้วยกัน???
มีความแตกต่างยังไงกับผู้ชายสองคนที่เข้ามาในชีวิต เพราะทั้งสองคนก็ดูจะไม่ค่อยมีเวลาทั้งคู่ ไม่มีตรงไหนที่บ่งบอกว่าพระเอกจะมั่นคงกับนางเอก เพราะวันๆเขาเจอแต่ทะเลและน้ำมันทำให้เวลาผ่านไปเขาก็เลยยังมั่นคงกับนางเอก ในขณะที่แฟนเก่า เป็นนักบินเจอสาวๆ ตลอดเลยยังหยุดอยู่ที่ใครไม่ได้ มันแสดงถึงนิสัยที่แท้จริงตรงไหน เป็นเพียงวิถีชีวิตเอื้อไปในคนละแบบรึเปล่า???
แต่หนังก็มีความสมจริงอยู่บ้างตรงบุคลิกลักษณะของนางเอก ที่ดูเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการแค่ใครซักคน นางเอกจะสับสนตลอดเวลากับความรู้สึกของตัวเอง (ต้องชื่มชมอั้มจริงๆเพราะเธอแสดงออกได้ดี) แต่ก็ยังคงต้องขอใช้เวลาสักหน่อยในการตัดสินใจว่าหัวใจของเธอต้องการอะไร
(สงสัยอีกอย่างทำไมใบปิดหนังเป็นแบบนั้น นึกว่าหนังจะเกี่ยวกับร้านอาหาร o_O )


สำหรับสองเรื่องนี้ให้คะแนนเท่าๆกัน ใน 30+ มีความไม่พอดีอยู่บ้างแต่ก็ให้อารมณ์ความเป็นหนังมากกว่า ส่วนใน 30 ยังแจ๋ว ไปๆมาๆ เกือบจะคล้ายดูละครไปซะอย่างนั้น
แต่ที่สำคัญนางเอกสวยทั้งคู่!!




กลับมาพูดถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ 30 โสด on sale ที่ว่าความหมายลึกซึ้งเหมาะจะเป็นเพลงแต่งงาน มันลึกซึ้งยังไงกัน

เพลงดังขึ้่นในตอนท้ายท้ายเรื่อง

....อย่าเดินนำหน้าฉัน เพราะฉันอาจเดินตามเธอไม่ทัน
อย่าเดินตามหลังฉัน เพราะเราอาจพลัดหลงกันไป
ส่งมือเธอมาให้ฉัน เราจะเดินเคียงข้างกันไป
ให้ทุกวันเป็นวันเวลาของเรา....

ในสองประโยคแรก ทำให้นึกถึง มิตรภาพเล็กๆ เหตุการณ์เล็กๆ ประโยคเล็กๆ ระหว่าง หมีสีเหลื้องกับเพื่อนตัวน้อย


ขณะที่พิกเล็ตเดินตามหมีพูห์ไปต้อยๆรอยเท้าคู่เล็กๆย่ำไปบนหิมะเคียงข้างกับรอยเท้าของพูห์ไปตลอดทาง
เป็นความอบอุ่นในหัวใจที่ทั้งสองทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง
ทั้งคู่คงเดินมาด้วยกันนานพอสมควร
และคงไม่ได้คุยอะไรกันเลย

<><><><><><>
พิกเล็ตเลยต้อง"ขอเสียง"ด้วยการเรียก"พูห์"เมื่อพูห์ขานรับและถามกลับว่า"มีอะไรหรือพิกเล็ต"พิกเล็ตกลับเกาะมือพูห์ไว้
ก่อนตอบว่า
"เปล่า...ไม่มีอะไร

แค่อยากมั่นใจว่าเราเดินมาด้วยกันเท่านั้นเอง" ภาพนี้
ถ้อยสนทนานี้
เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
สังเกตไหมว่าพูห์เดินนำหน้าควรเป็นพูห์มากกว่าที่น่าจะเป็นฝ่าย"ขอเสียง"จากพิกเล็ตว่ายังเดินตามตัวเองมาหรือไม่
นั่นหมายถึงว่าเป็นความรักกังวลในใจพิกเล็ตเองที่เกรงว่าพูห์จะลืมเพื่อนตัวเล็กๆอย่างเขา
ในชีวิตเราทุกคนคงเคยผ่านพบมิตรภาพแสนดี
แต่มีกี่คนที่รักษามันเอาไว้ได้คงมั่นคงไม่หวั่นไหว
วันคืนแห่งชีวิตกลืนกินและฉุดดึงเรารุดไป
หันกลับมามองข้างหลังอีกที อาจจะเศร้าใจ
หากพบว่าคนที่เราไว้ใจ
ไม่เดินตามเรามาอีกแล้ว
ไม่อยากเดินข้างหน้า
เพราะเกรงว่าฉันจะลืมเธอ
ไม่อยากตามหลังเช่นกัน
อยากอุ่นใจมั่นใจว่าตลอดการเดินทางชีวิต
อันยาวไกลเรายังมีกันและกันไปตลอดทาง

เหตุการณ์เล็กๆ ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งจับใจ ^^

มาฟังเพลงกันเต็มๆ ดีกว่า



เมื่อวันเวลาของเรามาบรรจบกัน-ตู่ ภพธร (Ost.30 โสด On Sale)

http://www.4shared.com/mp3/8oVZD7bN/174_-___Ost30__On_Sale_.html?refurl=d1html" target=_blank>174. เมื่อวันเวลาของเรามาบรรจบกัน-ตู่ ภพธร (Ost.30 โสด On Sale).mp3


กำเนิดโดราเอม่อน

ที่มา  http://www.gangtoon.com/gangdoraemon/

กำเนิดโดราเอม่อน

วันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 ณ โรงงานผลิตหุ่นยนต์ที่แสนจะทันสมัย


ผู้ก่อการร้าย 2 คนได้หลบหนีการจับกุมของตำรวจ โดยใช้ยานแล่นผ่านเข้ามาในเขตโรงงานผลิตของเล่น ขณะคนร้ายได้พยายามหลบหนีการจับกุมโดยทำให้ยานล่องหนไปนั้น ก็ได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น เป็นเหตุให้กระแสไฟพุ่งตรงเข้าสู่หุ่นยนต์แมวสีเหลืองตัวหนึ่ง

หุ่นยนต์ตัวนั้นเกิดการช๊อตขึ้น และหลุดออกจากวงโคจรการผลิต ร่วงลงบนถังขยะ

ขณะที่ขยะถูกโกยลงสู่เตาเผา หุ่นยนต์แมวสีเหลืองก็กลับมีชีวิต และตกใจรีบกระโจนขึ้นมาแต่ไม่สำเร็จ "ตายแล้ว ตายแล้ว!" หุ่นยนต์แมวร้องลั่น ทันใดนั้นมีหางยาวสีชมพูสดใส มาพันเกี่ยวไว้ได้ทัน


หุ่นยนต์แมวสีเหลือง "โดราเอม่อน" ตกหลุมรัก หุ่นยนต์แมวสาวสีชมพู "โดราเอโกะ" ทันทีที่ได้เห็น

โดราเอโกะดีใจที่ได้พบโดราเอม่อน เธอจับมือโดราเอม่อนพร้อมแนะนำตัวเองว่าเป็นหุ่นระบำ ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
โดราเอโกะ : "พวกเราเป็นหุ่นยนต์แมวเหมือนกัน สามารถออกรับใช้สังคมได้บ้างนะ ขยันๆหน่อยนะ" โดราเอม่อน : เขินแก้มแดงพร้อมรับปากว่า "ได้ ได้จ้ะ"แล้วโดราเอโกะก็จากไป


จากนั้น โดราเอม่อนเข้ารับการอบรมเพื่อเป็นหุ่นยนต์ชั้นเลิศ และต้องผ่านการฝึกฝนร่วมกับหุ่นยนต์ที่ผลิตในรุ่นเดียวกันหลายขั้นตอน แต่โดราเอม่อนก็ทำได้ไม่ดีนัก


โดราเอม่อน ถูกอาจารย์ใหญ่ผู้ผลิตหุ่นยนต์เรียกพบ เค้าตำหนิที่โดราเอม่อนไม่สามารถ ปฏิบัติการทดสอบได้ดีเหมือนกับเพื่อนหุ่นยนต์แมวตัวอื่น ซึ่งเค้าสันนิษฐานว่าเกิดจาก ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในการผลิตที่ผิดพลาด โดราเอม่อนจึงถูกส่งไปเรียนซ้ำชั้น และที่นี่เอง...ที่โดราเอม่อน ได้พบกับโดราเอโกะอีกครั้งหนึ่ง (ขณะที่ผลิตโดราเอมอนอยู่ได้ทำชิปหล่นหายไป 1 ส่วน จึงทำให้หยิบของวิเศษผิดพลาดบ่อยๆ)


วันฉลองการเรียนจบของเหล่าหุ่นยนต์ก็ใกล้จะมาถึง โดราเอม่อนนั่งกลุ้มใจกับผลคะแนนสอบ ที่แสนจะน้อยนิดของตนเอง


แต่โดราเอม่อน ก็ยังมีโดราเอโกะเฝ้าคอยปลอบและให้กำลังใจเสมอมา

โดราเอโกะ มีความสามารถในการหยิบสิ่งของในอดีตจากกระเป๋าหน้าท้องได้ เธอจึงหยิบแป้งทอดจากศตวรรษที่ 20 มาให้โดราเอม่อนลอง เพื่อจะได้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น เมื่อโดราเอม่อนได้ชิมแป้งทอดนั้น ก็ติดใจในรสชาติอย่างมาก รีบหยิบแป้งทอดออกมาจากกระเป๋าของโดราเอโกะนับชิ้นไม่ถ้วน ทั้งสองหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน (คลั่งไคล้แป้งทอดเพราะแบบนี้ี่เอง ^^ ผู้เขียน)


ณ งาน Robot Audition ซึ่งเป็นงานที่จัดให้มีการแสดงความสามารถของหุ่นยนต์ที่ได้ผ่านการอบรมแล้ว รายการนี้ได้ถ่ายทอดไปยังสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ หากบ้านใดต้องการเป็นเจ้าของหุ่นยนต์ตัวไหน ก็สามารถกดปุ่ม OK เพื่อสั่งซื้อหุ่นยนต์ตัวนั้นได้ทันที


หุ่นยนต์แต่ละตัวทยอยกันแสดงความสามารถด้านต่างๆ ซึ่งทุกตัวก็ได้รับการกดปุ่มคัดเลือกไปเรียบร้อยแล้ว โดราเอม่อนเป็นหุ่นยนต์ที่จะขึ้นแสดงเป็นลำดับสุดท้าย โดยได้รับการประกาศชื่อว่า... "หุ่นยนต์ดูแลเด็ก โดราเอม่อน"แต่ด้วยความตื่นเต้น การแสดงของโดราเอม่อน จึงมีแต่ข้อผิดพลาด

แสงไฟของเวทีค่อยหรี่ลง ตามเสียงประกาศของโฆษก ที่กล่าวว่า "เวลาใกล้หมดลงแล้วล่ะค่ะ" ครั้งนี้ไม่มีใครกดสัญญาณเลยนะคะ งั้นการแสดงของมนุษย์หุ่นยนต์ในครั้งนี้ ต้องขอจบลงเพียงเท่านี้ค่ะ

โดราเอม่อนผิดหวังอย่างมากที่ไม่มีใครเลือกตน


แต่...ก่อนที่แสงไฟจะมืดสนิทไป สัญญาณไฟ OK ก็ได้ติดขึ้น มีทารกคนหนึ่งกดไฟด้วยตนเอง สร้างความดีใจให้กับโดราเอม่อนยิ่งนัก


เมื่อโดราเอม่อนได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนั้น จึงได้รู้ว่าที่เค้าได้มาอยู่ที่นี่ก็เพราะว่าเป็นการกดปุ่มผิด แต่พ่อและแม่ของเด็กก็ยินยอมให้โดราเอม่อนอยู่ต่อไป เพราะไม่สามารถส่งคืนได้ โดยโดราเอม่อนมีหน้าที่เก็บกวาด ทำความสะอาดบ้านเพิ่มเติมจากการดูแลทารกน้อยด้วย (แต่ในต้นฉบับดั้งเดิมนั้นจะแตกต่างกัน คือ โดราเอมอนได้ถูกนำไปขายทอดตลาด เพราะเป็นสินค้าไม่ได้คุณภาพ จากนั้นพ่อแม่ของเซวาชิจึงมาซื้อโดราเอมอนไปไว้ที่บ้าน  ข้อมุล wikipedia.org )

โดราเอม่อนดูแลเด็กน้อยเป็นอย่างดี กิน นอน และเที่ยวเล่นด้วยกันตลอดเวลา จนเด็กน้อยคนนั้นเริ่มโตขึ้น


วันหนึ่งเด็กชายคนนั้น ได้ใช้ดินเหนียวปั้นโดราเอม่อนขึ้นมา แต่หูของรูปปั้นไม่ค่อยเหมือนหูของโดราเอม่อนตัวจริงเท่าใดนัก จึงเปิดลิ้นชักหยิบหุ่นยนต์หนูขึ้นมา พร้อมทั้งบอกว่าให้ช่วยกัดหูโดราเอม่อน ให้รูปทรงเหมือนกับหูของเจ้าหุ่นยนต์หนูหน่อย


เจ้าหนูหุ่นยนต์รับคำสั่งทันที แต่ด้วยความเข้าใจผิด จึงรีบวิ่งตรงไปกัดหูโดราเอม่อนตัวจริง ที่กำลังนอนหลับสบายอยู่ จนหูแหว่งไป (เกิดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2122 ขณะที่โดราเอมอนหลับอยู่ ข้อมุล wikipedia.org )


โดราเอม่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ขณะหุ่นยนต์แพทย์กำลังทำการรักษา ได้มีแมลงวันบินมาเกาะที่จมูกโดราเอม่อน โดราเอม่อนจึงได้จามขึ้น ทำให้แพทย์ตกใจกดปุ่มรักษาผิด ทำให้เครื่องมือของแพทย์ได้ออกมาตัดหูโดราเอม่อนทั้งสองข้างจนเกลี้ยง


เมื่อโดราเอโกะ รู้ข่าวว่าโดราเอม่อนป่วยก็รีบมาเยี่ยม ทันทีที่เห็นโดราเอม่อนหัวกลมไม่มีหู เธอก็ขำจนตัวงอ ทำให้โดราเอม่อนเสียใจเป็นอย่างมาก


โดราเอม่อนเฝ้าถอนใจ เค้าหนักใจในสภาพที่ไม่มีหูของตน แต่เพื่อเสริมกำลังใจให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง จึงหยิบยาเสริมกำลังใจขึ้นมาดื่ม

แต่แทนที่โดราเอม่อนจะมีกำลังใจที่กล้าแกร่งขึ้น กลับกลายเป็นนั่งร้องไห้ฟูมฟายโดยหยุดไม่ได้


โดเรมี่ออกตามหาพี่ชายจนเจอ โดราเอม่อนนั่งซึมอยู่ริมหาด เมื่อได้พูดคุยกันโดเรมี่จึงได้รู้ว่า โดราเอม่อนร้องไห้มาเป็นเวลา 3 วันแล้ว ตัวเลยกลายเป็นสีฟ้า โดเรมี่สอบถามว่าโดราเอม่อนใช้เครื่องมืออะไร ก็ได้รับคำตอบว่าโดราเอม่อนได้ดื่มยาเสริมกำลังใจเข้าไป แต่เมื่อโดเรมี่เหลือบไปเห็นขวดยาที่ตกอยู่ ก็ได้บอกโดราเอม่อนว่า ยาที่โดราเอม่อนดื่มเข้าไปนั้น คือยาโศกเศร้าต่างหาก


โดราเอม่อนตกใจมาก แต่เมื่อโดเรมี่บอกว่าชิมาซึตะ เด็กชายที่โดราเอม่อนดูแล กำลังตามหาโดราเอม่อนอยู่ และกำลังหลงทางด้วย โดราเอม่อนจึงรีบหยิบยาเสริมกำลังใจขึ้นมาดื่มทันที แต่ปรากฏว่าดันหยิบยาระเบิดทันทีขึ้นมาดื่มเสียอีก -_-'ขณะที่ชิมาซึตะนั่งซึมคิดถึงโดราเอม่อน ยานของ 2 โจรร้ายได้ผ่านมาพบพอดี จึงจับชิมาซึตะไว้เป็นตัวประกัน


โดราเอม่อนรีบวิ่งมาช่วยชิมาซึตะ แต่ด้วยความบังเอิญโดราเอม่อนบินขึ้นไปอุดท่อไอเสียของยานของโจร ทำให้ยานขัดข้องร่วงตกลงไปค้างอยู่ที่เตาเผาขยะ

และแล้ว 2 โจรนั่นจึงถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้ทันควัน ชิมาซึตะดีมากที่ได้พบกับโดราเอม่อนอีกครั้ง แต่โดราเอม่อนก็เอ่ยถามชิมาซึตะด้วยความประหลาดใจว่า "ฉันเปลี่ยนไปขนาดนี้นายยังจำได้อีกเหรอเนี่ย" ชิมาซึตะตอบกลับทันทีว่า "พูดเป็นเล่นไป นายตอนนี้หล่อกว่าเมื่อก่อนซะอีก" แล้วทั้งสองก็โผเข้ากอดกันแน่นด้วยความดีใจ โดราเอม่อนนึกขึ้นได้ รีบควานหากระเป๋าวิเศษ แต่ไม่พบเพราะได้ทำหายระหว่างทาง


โดราเอโกะนั่งยานมาหาโดราเอม่อน เมื่อทั้งสองได้พบกันโดราเอโกะก็กล่าวขอโทษ ที่หัวเราะเยาะโดราเอม่อนในวันนั้น ตอนนี้โดราเอโกะเห็นว่าโดราเอม่อนสีฟ้าไม่มีหูก็น่ารักดี ทำให้โดราเอม่อนดีใจเป็นอย่างมาก


เทศกาลวันคริสมาสต์ได้เริ่มขึ้นแล้ว ชิมาซึตะได้มอบตุ๊กตาโดราเอม่อนสีฟ้าน่ารัก ให้โดราเอม่อนเพื่อเป็นของขวัญ แต่โดราเอม่อนไม่รู้จะมอบสิ่งใด ชิมาซึตะจึงกล่าวว่า

"ฉันไม่ต้องการของขวัญอะไรหรอก ขอแต่โดราเอม่อนอยู่เป็นเพื่อนฉันตลอดไป ก็เป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดแล้ว"


งานเลี้ยงฉลองคริสมาสต์ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน โดยมีเหล่ามินิโดราที่กรมตำรวจจัดให้สร้าง เป็นที่ระลึกพิเศษร่วมกินเค้กด้วย

ในคืนนั้นอาจารย์ผู้ผลิตโดราเอม่อนได้มอบของขวัญเป็นกระเป๋าวิเศษใบใหม่ให้กับโดราเอม่อน


จากนั้นชิมาบิตะก็อยู่อย่างมีความสุข ดังนั้นทำให้โดราเอม่อนต้องเดินทางกลับไปเปลี่ยนแปลงประวัติ ของบรรพบุรุษของชิมาบิตะ นั่นก็คือโนบิตะ ทำให้เกิดการเดินทางมากมาย เพื่อให้ชิมาบิตะ ได้อยู่อย่างมีความสุข.. และนี่คือของขวัญวันคริสมาสต์ที่โดราเอม่อนมอบให้ ชิมาบิตะนั่นเอง

Barbapapa การ์ตูนในความทรงจำ...

เป็นความทรงจำเลือนลาง สำหรับภาพตัวการ์ตูนสีชมพู ดูนุ่มๆ เหมือน จอยลี่แบร์^^ จำได้ว่าชอบและจำได้เพียงว่ามันแปลงเป็นอะไรได้หลายๆอย่างเพราะตัวมันนุ่มๆ และยืดหยุ่นได้
เรากำลังพูดถึง การ์ตูนเรื่อง Barbapapa


มารู้ทีหลังว่าเป็นการ์ตูนของฝรั่งเศส เพราะเท่าที่จำได้ลางๆ คือเหมือนมันจะไม่พากษ์ไทย o_0
แต่มันน่ารักดีนะ

 


บาร์บ้าปาป้า (Barbapapa) การ์ตูนฝรั่งเศส และเป็นชื่อของตัวละคร และสปีซีส์ ของตัวละครในหนังสือนิทานเด็ก ที่เขียนโดย แอนเนท ทีสอน (Annette Tison) และ ทาลัส เทย์เลอร์ (Talus Taylor) ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 โดยเริ่มต้นทำในภาษาฝรั่งเศส ต่อมาได้มีการทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนขนาดความยาว 5 นาที และฉายตามโทรทัศน์

บาร์บาปาป้า มีสีชมพู เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ และได้เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ และได้ผจญภัยในหลายตอน จนได้มาพบกับสิ่งมีชีวิตสปีซีส์เดียวกันที่ชื่อ บาร์บามาม่า โดยมีลักษณะเป็นเพศหญิง และมีสีดำ และได้มีลูกอีก 7 ตัว โดยมีสีต่างๆ ดังนี้

Barbabee มีสีเหลือง เพศชาย และนิสัยรักสัตว์
Barbalala มีสีเขียว เพศหญิง และนิสัยรักเสียงเพลง
Barbabientje มีสีส้ม เพศหญิง และนิสัยรักการอ่าน
Barbabob มีสีดำ และมีขนตามตัว เพศชาย และนิสัยรักการวาดรูป
Barbabella มีสีม่วง เพศหญิง และนิสัยรักความสวยงาม
Barbabenno มีสีน้ำเงิน เพศชาย และนิสัยเป็นนักประดิษฐ์
Barbaborre มีสีแดง เพศชาย รักการออกกำลังกาย

ชื่อตัวละครเป็นการเล่นเสียงกับคำว่า barbepapa ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ขนมสายไหม

บาร์บ้าปาป้ามีการนำเข้ามาฉายในเมืองไทย ทางโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 11 ในประมาณช่วงต้นทศวรรษที่ 2530
เวปไซต์ของ barbapapa http://www.barbapapa.fr/gb/barbapapa-games.html

มาดูตอนแรกกันหน่อยดีก่า


http://www.clipmass.com/movie/24676233612367


ขัดใจเหลือเกินกับ..แทกิล...

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า / 추노 / The Slave Hunters 推奴 / 追奴 / Pursuing Servants / Chuno
ประเภท: Historical, fusion
จำนวนตอน: 24
ออกอากาศช่อง: KBS2
ออกอากาศช่วง: 2010-Jan-06 to 2010-Mar-25
ออกอากาศในไทย :เริ่ม 26 พ.ย. 54 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 19.30 น.ช่อง 3
รอคอยมานานสำหรับซีรีย์เกาหลีย้อนยุคที่ไม่ค่อยพัวพันกับเรื่องในรั้วในวัง

ชอบละครย้อนยุคนะแต่ค่อนข้างเบื่อเรื่อง จอมนาง และราชา อะไรแบบนั้น
พอมีแทกิลมาปุ๊บก็ตั้งตาดูปั๊บ
Jang Hyuk   รับบทเป็น   อีแทกิล Lee Dae Gil

Lee Da Hae [ลีดาเฮ]  รับบทเป็น เฮวอน (ออนยอน) Un Nyun / Kim Hye Won
Oh Ji Ho   รับบทเป็น   ซองแทฮา Song Tae Ha

Lee Jong Hyuk    รับบทเป็น    ฮวางชอลวุล Hwang Chul Woong

Gong Hyung Jin   รับบทเป็น   อ๊บบ๊ก Eop Bok


ช่วงแรกๆ สนุกพอควรนะ แม้เนื้อเรื่องจะกระจัดกระจายมากเพราะตัวละครเด่นๆเยอะเหลือเกิน

ตอนพระเอกจะเจอกับนางเอกนี่ลุ้นแล้วลุ้นอีก เมื่อไหร่จะเจอะ พอได้เจอ..ไหงกลับเป็นแบบนั้น!

ช่วงหลังๆของละครเลยแอบเซ็งทั้งๆที่ลุ้นมาน้านนาน บวกกับเนื้อเรื่องมันหนักและวกวนยังไงชอบกลไปๆมาๆ เนื้อหามันแทบจะแยกออกเป็นสองเรื่องได้เลย

เรื่องแรกเป็นเรื่องของอีแทกิล กับพรรคพวก การล่าทาส การปลดปล่อยทาส เรื่องของทาส อ๊บบ๊กที่เคยเป็นนักล่าสัตว์ และความรักระหว่างชนชั้นนของอีแทกิล ที่ไม่สมหวัง..

เรื่องที่สองเป็นเรื่องของซงแทฮา รัชทาายาท การเมือง และอีตามือปราบ ฮวางชอลวุล  ที่ตามจิกตามฆ่าซงแทฮาตล๊อดตลอด


พอมันมาอยู่รวมกัน มันเลยเยอะ วุ่นวาย เครียด และตอนท้ายๆ รู้สึกไม่สนุกซะแล้ว เฮ้อ

เรื่องนี้สงสารพระเอกมาก เกิดมารูปหล่อพ่อรวย แต่สุดท้ายกลายเป็นแค่นักล่าทาส ความรักไม่สมหวัง และ...เฮ้อ อะไรว้าาา จะมีความสุขในชีวิตซักนิดไม่ได้เหรอ
ส่วนพระรองก็แบบ จะมีอุดมการณ์มากไปมั้ย แล้ว...ทำให้พระเอก แทกิล ของชั้นเดือดร้อนแสนสาหัส -*- วัยรุ่นเซ็ง!


http://www.kodhit.com/